Saturday, July 26th, 2008
Dear, Diary
สวัสดีค่ะทุกๆคน
หนันหายไปอาทิตย์กว่าเลยนะคะเนี่ย มีใครคิดถึงกันบ้างมั๊ยเอ่ย อิอิ
ได้ข่าวว่า ไดหน้าที่แล้วนี่ ใครเข้ามาที ต้องโหลดกันหลายรอบทีเดียวนะคะ
คือว่า พอดีหนันลองโหลดรูปลงไดดูน่ะค่ะ ตอนแรกกะว่าต่อไปนี้ จะโหลดรูปลงได
เพราะจะได้ใช้พื้นที่ซะมั่ง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า กลับไปใช้ image hosting site เหมือนเดิมดีกว่า
.
.
ส่วนไดหน้านี้ ตอนแรก หนันอัพเกือบจะเสร็จแล้วค่ะ แต่ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยค่ะ
มันเป็นเพราะความเบลอของหนันเองค่ะ (คงเพราะง่วงนอน) ทำให้กดปุ่มผิดนิดหน่อย
ข้อมูลก็หายเกลี้ยงหมดเลยค่ะ ทำให้หนันต้องมาเริ่มใหม่อีกน่ะค่ะ
.
.
และเท่าที่ผ่านมา คิดว่าทุกคนคงเคยเจอกันเกือบทั้งนั้นนะคะ นั่นก็คือ คอมเม้นท์แล้วหายเกลี้ยงสำหรับหนัน หนันก็เจอประจำเลยค่ะ แต่ก็ไม่เคยเป็นปัญหาค่ะ เพราะหนันใช้วิธี highlight
ตรงคอมเม้นท์เราหลังพิมพ์เสร็จ แล้วก็ กด Ctrl + C ก่อนจะ submit ทุกครั้งน่ะค่ะ
เวลาคอมเม้นท์หาย ก็กลับมา กด Ctrl + V คอมเม้นท์เราก็จะกลับมาเหมือนเดิม แล้วก็ submit
ใหม่น่ะค่ะ จริงๆหนันว่าทุกคนคงทราบทริคนี้กันดีอยู่แล้ว แต่อาจเป็นเพราะลืมกันไป เลยไม่ได้ใช้
จึงทำให้เกิดเหตุคอมเม้นท์แล้วหายเกลี้ยงกันประจำนะคะ แต่ต่อไปถ้าใช้วิธีนี้
ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคอมเม้นท์หายกันอีกแล้วค่ะ ^ ^
(อันนี้ข้ามไปได้เลยค่ะ หนันพูดกับตัวเองนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ว่าอยากบันทึกเก็บไว้
เพราะว่ามีหลายส่วน ที่เป็นข้อคิดที่ดีสำหรับหนันน่ะค่ะ)
School Corner
I haven't been updating
my diary much lately since I've
been loaded down with school work. It's been a hectic week. As
far as my business plan is concerned, I'm doing quite well. But I'm
such a last minute person and not to mention a perfectionist. When I
work on something, I always find something to change and it goes on and
on until the last minute. I'm never satisfied with my work until I
reach perfection. Well, I turned in
the rough draft on Wednesday and thank god! I received a really good
feedback from my professor (which is really nice considering it's my
first business plan ever!). I still have to correct a few minor details
and turn in the real thing on Monday. There shouldn't be any problems.
^
^
I'm loving my study so far. I've learnt a lot of things,
especially things they don't teach you in undergraduate study. We have
been sharing a lot of deep and politically incorrect thoughts, which
make you question authority and everything in life. The other day we
were talking about the differences between men and women. We all know
that men's and women's brain are created different. That's why we do
things differently. When performing a task, for example, men tend to
stick to the path and go in the middle of the road. Women, on the other
hand, tend to go all over the place, along the side
of the road as well as in the middle. Men tend to do one thing at a
time, but women tend to do a lot of things at the same time. We were
all laughing because that's so true.
Professor also pointed out something I found really interesting.
She said that since we are created different, we should celebrate the differences.
Why would a women says she can do everything a man does? Why? Be a
female! Let men do it! Celebrate your femininity! Celebrate the
differences! She made me think about it a lot because I used to think similarly
that I can do a lot of things that men do and I don't need their help.
Now, she made me realized that we should really celebrate the
differences. ^ ^Then, she made me think further. To celebrate the differences,
in fact, contradicts American culture as Thomas Jefferson declared in
the Declaration of Independence that "all men are created equal". Well,
we all know that that's not true. Jefferson's definition of "men"
doesn't suggest all humans, but all white, middle to upper class,
landowning males. And how can someone write such a powerful speech and
then enslave a group of people?This is why I love learning so much. The possibilities of
learning are endless. The more you learn, the more you discover the
truth and lies and the wiser you are. It's really interesting to see so
many paradigm shifts in the world history, for example, the paradigm
shift from geocentric to heliocentric and the Principle of Evolution. I
wish I could learn everything there is to learn.
Health 'n Fitness Cornerเนื่องจากว่า ช่วงนี้หนันยุ่งๆมาก เลยยังไม่มีเวลาเขียนหรือนำอะไรดีๆมาฝากกันเลยค่ะ เรื่องหลักการทานและการออกกำลังกาย หนันก็ได้เล่าไปแล้วนะคะ ^ ^ ทีนี้ก็เหลือท่าออกกำลังกายนะคะ ไว้รวบรวมข้อมูลได้ดีๆแล้วจะนำมาฝากกันใหม่ค่ะ แต่พอดีเนื่องจากว่า ช่วงนี้หนันชอบทานผลไม้ชนิดนึงมากเลยค่ะ นั่นก็คือ แคนตาลูป ค่ะ เนื่องจากที่นี่ ช่วงเดือนมิถุนาถึงสิงหานี้ เป็นช่วงที่แคนตาลูปที่นี่รสชาติดีที่สุดน่ะค่ะ หนันเลยซื้อมาทานทุกวันเลยค่ะ วันนี้หนันเลยอยากจะนำเรื่องเล็กน้อยๆ ที่มีประโยชน์มากมายของแคนตาลูปมาฝากกันค่ะ ^ ^แคนตาลูปนี้ได้ชื่อมาจากหมู่บ้าน Cantalup ใน Italy ค่ะ เพราะที่นี่เป็นที่แรกที่เพาะปลูกแคนตาลูป นับย้อนไปตั้งแต่สมัย 1700 A.D. ค่ะ แต่แคนตาลูปนี้ พึ่งได้รับเข้ามาปลูกในเมืองไทยเราได้ประมาณ 20 กว่าปีมานี้เองค่ะ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยเนื้อที่มีรสชาติดี และเสน่ห์ของแคนตาลูป ก็อยู่ที่กลิ่นหอม เนื้อมีความกรอบเมื่อเคี้ยว ประกอบกับรสหวาน ยิ่งถ้าได้ทานตอนแช่เย็นยิ่งอร่อยชื่นใจนะคะแคนตาลูปนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกแตงกวา ฟักทอง และพวกน้ำเต้าและบวบค่ะบางที่เค้าก็เรียกแคตาลูปว่า netted melon หรือ rockmelon ค่ะ สำหรับประโยชน์ของแคนตาลูปนั้นก็มีมากมายค่ะในแคนตาลูปสุกครึ่งลูก มีสารอาหารต่างๆ มากมาย มีแคลเซียม 38 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 44 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม โซเดียม 33 มิลลิกรัม โปตัสเซียม 682 มิลลิกรัม วิตามินเอมีมากถึง 9,240 I.U. ไนอาซีน 1.6 มิลลิกรัม และวิตามินซีก็มีมากถึง 90 มิลลิกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับส้มเขียวหวานเลยทีเดียวค่ะ และยิ่งถ้าซื้อแคนตาลูปในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของแคนตาลูป แคนตาลูปจะมีสารอาหารจำพวกไรโบฟลาวิน ไนอาซิน ไทอามิน และวิตามินซีสูงเป็นพิเศษเลยค่ะและน้ำแคนตาลูปก็สามารถใช้ลดไข้ได้ด้วยนะคะsource: http://naichef.50megs.com/cantaloupe.htmlจากที่ได้อ่านมา สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ แคนตาลูปเป็นแหล่งวิตามินเอและวิตามินซีอย่างดีเลยค่ะ จริงๆแล้ว แคนตาลูป 1 ถ้วย (160ml) ให้ปริมาณทั้งวิตามินเอและวิตามินซีนี้เกิน 100%
ของปริมาณที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวันเลยค่ะ เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องไปหาวิตามินซีมาทานกันเลยค่ะ ทานแคนตาลูปแค่หนึ่งถ้วยก็ได้รับวิตาซีเต็มที่เลยค่ะ
ตอนแรกๆเวลาหนันทาน หนันก็ใช้วิธีหั่นเป็นชิ้นๆค่ะ แต่ตอนหลังอยากทำอะไรตามสบาย ไม่มีพิธีรีตอง เลยใช้วิธีคว้านไส้ออก แล้วก็ใช้ช้อนแคะทานซะเลยค่ะ อิอิ แถมกลับอร่อยกว่าอีกค่ะ ไม่ได้เว่อนะคะ หนันว่า คงเป็นเพราะว่า พอหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว มีพื้นผิวที่สัมผัสกับอากาศเยอะกว่า รสชาติเลยด้อยกว่า
Shopping Cornerก่อนหน้านี้ที่สั่ง romper กับ fringe sandals แล้วก็กระเป๋าหนังกลับไป ก็ได้ของมาครบหมดแล้วค่ะ
RomperRomper นี้เป็นสไตล์หลวมๆหน่อยค่ะ แต่ว่าใส่สบายมากๆเลยค่ะ ไว้ใส่แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ
Fringe sandals รองเท้าก็ใส่สบาย ^ ^
Fringe suede bagกระเป๋าก็หนังดีมากๆเลยค่ะ...แล้วหนันก็สั่ง iPod touch case มาค่ะ
The Naked Case by Case mateแอบแพงกว่า case แบบหนังดีๆอีกค่ะ แต่หนันชอบแบบใสๆแบบนี้มากกว่าค่ะ เพราะถ้าใช้แบบหนัง ตัวเครื่องก็ยังโดนขีดข่วนได้ แต่แบบ clear case อันนี้คือ ใส่คลุมทั้งอันเลยค่ะ ไม่มีทางเลอะ หรือเป็นรอยขีดข่วนได้เลย แล้ว case ที่หนันสั่งอันนี้ ก็พิเศษตรงที่เป็น touch-through caseที่มี electrostatic membrane ปิดและปกป้อง screen อยู่ ราคาแพงหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ะ
แต่งตัวออกมาแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ...แล้วหนันก็ซื้ออันนี้มาด้วยค่ะ
มันคือ pyramid studs ค่ะ หนันตั้งใจว่าจะทำ DIY project น่ะค่ะ อยากรู้มั๊ยเอ่ย ว่าหนันจะทำอะไร อิอิ บอกให้ก็ได้ค่ะ หนันจะทำเข็มขัดใส่เองน่ะค่ะ เพราะว่า studded belt ที่มีขายทั่วไปจะออกแนวเด็กพังค์ๆ น่ะค่ะ ซึ่งหนันไม่ค่อยชอบ หรือถ้าเป็นแบบที่สวยถูกใจ ราคาก็เป็นร้อยเหรียญเลยค่ะ เลยกะจะทำใส่เองซะเลย ไว้หนันซื้ออุปกรณ์อะไรครบแล้ว และทำเสร็จเมื่อไหร่จะเอามาให้ดูกันนะคะ ^ ^...แล้วหนันก็สั่งชุดแดงชุดนี้ไปอีกค่ะ
หนันหาชุดสไตล์
vintage แบบนี้มานานแล้วค่ะ แต่ส่วนใหญ่ราคาไม่น่าคบ
แต่ชุดนี้ราคาถูกใจใช่เลยค่ะ แถมคุณภาพและการตัดเย็บดีมากๆเลยค่ะ
นึกภาพใส่ชุดนี้แล้ว แต่งหน้าทาปากแดงๆนี่เข้ากั๊นเข้ากันนะคะMinishopping
Can't live without chocolate!! he heส่วน
HB ก็ไม่น่าซื้อมาเลยค่ะ คือเมื่อก่อน หนันจะรับพวก magazine พวกนี้
เดือนละประมาณ 4 เล่ม แล้วก็ซื้อประปรายอีก เดือนละเล่มสองเล่ม
แต่หลังจากที่อ่านเอาตามเว็บกับ blog ก็แทบไม่ได้ซื้อพวกนี้เลยค่ะ
แต่ก็แอบนานๆซื้อทีเหมือนกัน แต่ซื้อทีไร ก็ต้องผิดหวังทุกทีเลย
เพราะทุกอย่างที่ลงตาม magazine พวกนี้ ตาม blog ก็มีหมด
แถมมีเยอะกว่าและละเอียดกว่าอีกด้วยค่ะ
Fashion Cornerเนื่องจากหน้าที่แล้วหนันได้เกริ่นๆไว้แล้วนะคะว่า หนึ่งใน summer trend ปีนี้ก็คือการกลับมาของ maxi dress ค่ะ
source: whowhatwearจริงๆแล้ว maxi dress นี้ไม่ใช่ trend ใหม่ในวงการแฟชั่นเลยค่ะ maxi dress นี้มีกลิ่นอายของ bohemian ในยุค 60's แล้วก็เป็น big hit ในยุค 70's แล้วก็ไปๆมาๆเรื่อยๆ และในปีนี้ก็ได้กลับมา big อีกครั้งค่ะอย่างที่หนันบอกไปนะคะ ว่า maxi dress นี้ใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ไม่ใช่ชุดกลางคืน (evening gown) ค่ะ maxi dress นี้ คล้ายๆ mini dress หรือ sundress ที่สาวๆนิยมใส่ในหน้าร้อนค่ะ เพียงแต่เป็นกระโปรงยาว เพราะเป็นชุดที่ casual ใส่สบายๆ และสนุกสนานเหมือนกันค่ะโดยส่วนตัวแล้วหนันชอบ maxi dress นะคะ เพราะว่าทุกวันนี้ เราจะเห็นสาวๆส่วนใหญ่ในชุดmini dress กันซะมากกว่านะคะ แต่หนันคิดว่าบางครั้ง less is more และ maxi dress ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่เข้า concept นี้ค่ะ เนื่องจากว่า เราได้เปิดช่วงบน ซึ่งออก sexy นิดๆ แต่ปิดมิดชิดช่วงล่าง ไม่เหมือน mini dress ที่เปิดทั้งบนและล่าง
source: my.opera.comหลักในการใส่ maxi dress ก็คือ ถ้าเป็นคนไม่ค่อยสูงนัก หรือตัวเล็กให้เล็กชุดที่สูงกว่าตาตุ่มแทนที่จะเป็นแบบยาวกรอมพื้น ส่วนรองเท้า จริงๆรองเท้าที่เหมาะกับ maxi dress ที่สุด ก็เห็นจะเป็นsandals นะคะ แต่ว่าสำหรับสาวตัวเล็ก จะใส่กับร้องเท้าส้นเตารีด (wedges) หรือส้นสูงก็ได้ค่ะและก็ถ้าชุดเป็น solid color คือเป็นสีๆเดียวกันทั้งชุดไม่มีลวดลาย ก็สามารถใส่เครื่องประดับอย่างสร้อยหรือกำไลเป็นลูกเล่นได้ค่ะ แต่ถ้าชุดเป็นลวดลายเยอะๆ ก็ควร keep minimal and simpleเพราะจุดเด่นก็คือชุดอยู่แล้วค่ะเราได้เห็น maxi dress กันทั่วบน Spring/summer 2008 Ready-To-Wear
runways และ designer ทุกคน ตั้งแต่ Marc Jacobs ไปจนถึง Alexander McQueen
ต่างก็มีmaxi dress ใน version ของตัวเอง วันนี้หนันก็เอารูปบางส่วนมาฝากกันค่ะRunway InspirationFloral Prints and Sheer Maxi Dresses
From left: Marc Jacobs, D&G, Stella McCartneySolid and Color Block Maxi Dresses
From left: Versace, Emilio Pucci, ValentinoMaxi Dresses with Large Floral Prints
From left: Michael Kors, DVF, GucciMaxi Dresses with Geometric Prints
From left: Derercuny, Missoni, Oscar De La Rentasource: style.comแล้วก็ยังมีเหล่า celebs สาวหลายคนที่ใส่ maxi dress มาให้เราได้ยลโฉมกันหลาย version เลยค่ะ
Jessica Alba, Lindsay Lohan, Molly Sims
Ashlee Simpson, Kate Beckinsale
Jessica Simpson, Keira Knightley
Eva Longoria, Mischa Barton
Lauren Conrad, Vanessa Anne Hudgenssource: omg.yahoo.com
Update on my lifeหลังจากที่หนันทานก๋วยเตี๋ยวเรือหมูครั้งสุดท้ายนั้นไป หนันก็ไม่ได้ทานหมูอีกเลยค่ะ และก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะเลิกทานหมูแล้วค่ะ จริงๆหนันก็อยากทานมังสวิรัตินะคะ แต่สำหรับหนันหนันคิดว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยไปดีกว่า คือถ้าทานมังสวิรัติแบบว่า เป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนๆ หนันก็เคยทานมาแล้ว แต่ที่บอกว่า ทานมังสวิรัติครั้งนี้ หนันหมายถึงทานไปตลอดชีวิตน่ะค่ะแต่ตั้งใจไว้ว่า ได้กลับไปอยู่เมืองไทยถาวรเมื่อไหร่ ต้องทำให้ได้ค่ะ และตอนนี้ หนันก็มีความตั้งใจอีกอย่างหนึ่งว่าจะต้องสวดพระคาถาชินบัญชรและพระคาถาพาหุงมหากาให้ได้ทุกวันตอนอยู่เมืองไทย หนันสวดเป็นประจำทุกวัน แต่พอกลับมาอยู่ทีนี่อีก ก็เร่ิมห่างหายพอจะสวดๆ หัวถึงหมอนก็หลับเลย เป็นประจำ คราวนี้ตั้งใจแล้วว่าต้องทำให้ได้ค่ะคราวนี้มาถึงเวลาอัพย้อนหลังกันแล้วค่ะ ย้อนไปไกลกันเป็นอาทิตย์เลยเพราะอันนี้คือก่อนที่จะยุ่งจนไม่ได้ไปไหนน่ะค่ะSaturday, July 19th, 2008ตอนแรก ตั้งใจไว้ว่าจะไปทาน pizza กันที่ CPK แล้วก็ไปดู Hancock กับพี่ทิศค่ะ แต่เนื่องจากว่า กว่าจะทานเสร็จก็ดึกแล้ว เลยตัดสินใจไม่ดูหนัง เอาไว้ดูกันวันรุ่งขึ้นค่ะแต่งตัวเสร็จก็สำรวจความเรียบร้อยและถ่ายรูปหน้ากระจกเหมือนเคย
เนื้อตัวมันมากค่ะ เพราะพึ่งทาครีมกันแดดเสร็จวันนี้แต่งแนว mod ในยุค 60's อิอิหนันละชอบยุค 60's จริงๆค่ะ เพราะเป็นยุคแห่ง transition โดยเฉพาะในเรื่องของแฟชั่นเราไม่เคยเห็นยุคไหนเลยนะคะ ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการแต่งตัวได้มากเท่า 60's เลยค่ะ จากยุคของ Jackie O ที่เน้นความเรียบหรู ดูดี sophisticated ไปสู่ยุคของ thigh-high miniskirts, dirty blue jeans, hippie, และ Twiggyตอนแรกหนันไม่ได้ใส่ถุงน่องหรอกค่ะ แต่ว่าก้มแล้วลมมันเย็น หุหุเลยเอาถุงน่องมาใส่กันเหนียวดีกว่าอีกซักแชะก่อนออกจากบ้าน
แล้วก็ออกเดินทางโลดดด...ไปถึงก็ต้องนั่งรอคิวอีกค่ะ ก็นั่งรอกันไป ถ่ายรูปเล่นไป อิอิ
กว่าจะถึงคิวเราได้นั่งโต๊ะ ก็รอประมาณ 20 นาทีค่ะ - -"...หนันก็สั่งน้ำ Strawberry Lemonade ของโปรดมาดื่มก่อนเลย
Strawberry Lemonadeสังเกตุว่าวันนี้มากับหนุ่มเสื้อชมพู อิอิได้ข่าวว่าหนันซดไป 3 แก้ว กว่า pizza จะมา เหอะ เหอะ รอไปอีก 15 นาที ในที่สุด pizza ก็มาแล้วววว เย้
ตอนแรกบอกพี่ทิศว่า เดี๋ยวน๊า หนันขอถ่ายรูปก่อนแต่ว่า....ไม่ทันซะแล้วค่ะ -*-
BBQ Chicken Pizza ของพี่ทิศแหว่งไปแล้วค่า
Thai Chicken Pizza ของหนันสั่งกันคนละอย่าง แต่ว่าแบ่งกันทานค่าอาหารไทยเราดังน๊า ได้เป็น main menu ร้านฝรั่งด้วย น่าภูมิใจจังค่ะ ถึงจะเป็นแบบประยุกต์ก็ตามหนันชอบจานนี้มากเลยค่ะ เพราะว่าอร่อย แบบว่ารสแอบคล้ายๆผัดไทย แต่ว่าอร่อยกว่าเพราะใส่ peanut sauce ด้วย แถมเป็น pizza อีก แป้งเยอะ ชอบ หุหุไม่ทราบว่า ใครเคยทานผัดไทยใส่ peanut sauce กันหรือเปล่านะคะ แต่หนันจะบอกว่ามันอร่อยมากเลยค่ะ ได้ไอเดียนี้มาจากลูกค้าเมื่อสมัยเคยทำเสิร์ฟอยู่น่ะค่ะ แล้วก็ติดใจไปเลย อิอิ...ทานเสร็จ พลังก็แก่กล้ามาก สามารถถอดวิญญาณออกจากร่าง แล้วก็ warp ไปเลย
กรั๊กๆ
วิญญาณกลับเข้าร่างแล้วหนันทานไม่หมดค่ะ เพราะรู้สึกจะอืดน้ำซะเยอะ เลยเอาที่เหลือใส่ to go กลับบ้านแต่ได้ข่าวว่า พอถึงบ้านปุ๊บ ก็หม่ำที่เหลือซะเรียบเลย หุหุ และก็ได้ข่าวว่า นั่งโอดครวญ ว่าแน่นท้องอยู่นานเลย ถึงขนาดต้องพึ่งยาธาตุ จะสมน้ำหน้าดีมั๊ยเนี่ย - -"Sunday, July 20th, 2008วันนี้เราก็ได้โอกาสไปดู Hancock กันซะทีค่ะ ...ถ่ายรูปก่อนออกจากบ้านอีกเช่นเคย
วันนี้แต่งตัวตามสบายมากๆ เพราะกะไปนั่ง ไปนอน ไปทาน ในโรงหนังงงมั๊ยเอ่ย อิอิเพราะวันนี้ไปดูหนัง ต้องพกเป๋าใบใหญ่หน่อย จะได้แอบเอาของกินไปทาน หุหุใครอยากให้ของกินในโรงหนังมีตัวเลือกน้อย แถมแพงอีกต่างหาก
ไปโลดดด.
.
.
วันนี้แอบเอาผัดซีอิ๊วไปทานในโรงหนังด้วยค่ะ หุหุ ช่างกล้า
ผัดซีอิ๊วสูตรเด็กหนัน พิเศษทั้งเส้น ทั้งบล็ิอคโคลี่ ทั้งเต้าหู้ อัดแน่นเต็มกล่อง อิอิมีแอบฉกกินก่อนเล็กน้อย ...
อยู่บนรถแล้วค่ะ.
.
.
พอถึงโรงหนัง ก็ได้เวลาหนังฉายพอดีเลยค่ะสำหรับ Hancock ก็ถือว่าใช้ได้นะคะ แล้วก็เพราะได้ Will Smith กับ Charlize Theron แสดงนำถึงทำให้หนังสนุกด้วย แต่ Charlize นี่แอบแก่ไปเยอะเลย สำหรับ Will Smith ก็แสดงได้ดีเช่นเคย ทำให้หนันอินไปด้วย บางซีนถึงกับเกือบร้องไห้ด้วยเลย แต่ถ้าพูดถึงการดำเนินเรื่องและเนื้อหาแล้ว ถือว่ามีจุดบกพร่องอยู่หลายจุด แต่สรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ...ก่อนกลับ เดินผ่านป้ายนี้
Madagascar 2 is coming soon!
Last but not leastได้ postcard ใบนี้มาจากพี่กล้วย simplyme มานานแล้วค่ะ
แต่เด็กหนึ่งพึ่งเอามาให้หนันเมื่อตอนก่อนกลับ แอบลืมบอกน้องซะนี่ ทำเรากังวลซะนานสองนาน พี่กล้วยส่งมาให้หนันตั้งแต่ตอนอยู่ออสเตรเลีย ขอบคุณพี่กล้วยมากๆเลยค่ะ เด็กหนันดีใจมากเลยน๊า สองใบที่แล้ว ที่พี่กล้วยส่งมาให้จากออสเตรีย หนันก็เก็บไว้อย่างดีเลยนะคะ ^ ^ ดีใจมากๆและขอบคุณอีกครั้งค่ะที่พี่กล้วยไม่ลืมกันเลยนะคะ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกคนที่แวะมาหาหนันนะคะ
หนันขอขอบคุณสำหรับคนที่ไม่มีไดตรงนี้เลยนะคะ ขอบคุณน้อง love love, คุณ ying, คุณ jew, และคุณ honghong นะคะพี่ซอร์ขอบคุณที่แวะมาหาบ่อยๆนะคะ แค่หนันรู้ว่าพี่ซอร์แวะมาก็ดีใจมากๆแล้วค่ะ ไว้พี่ซอร์ได้ชุดแต่งงานเมื่อไหร่ มาบอกกันบ้างนะคะ คิดถึงเสมอค่ะพี่ anonymousหนันขอขอบคุณมากๆและก็ดีใจมากๆเลยค่ะที่พี่เอ็นดูหนันนะคะ ตอนนี้หนันอายุ 24 แล้วค่ะ ^ ^แล้วก็เรื่องผมนี่ ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นแบบนี้จริงๆนะคะ จะไม่ค่อยพอใจกับผมตัวเองเท่าไหร่คนผมตรงอยากมีผมหยิก คนผมหยิกอยากมีผมตรง หนันก็เป็นแบบนี้เลยค่ะพี่ขวัญจ๋าดีใจมากๆเลยค่ะที่พี่ขวัญมาหาหนัน คิดถึงพี่ขวัญเสมอเช่นกันค่ะ หนันก็คิดถึงฟ้าที่เมืองไทยจังเลยค่ะAhmงั้นเรียก Ahm เฉยๆแล้วกันนะจ๊ะ แสดงว่าทริปนี้ไม่มีเวลาไปตัดผมใช่มั๊ยคะ ถ้ามีโอกาสไปเมื่อไหร่ มาเล่าให้กันฟังบ้างนะคะ พี่ teraชุดนั้นหนันคงหมดสิทธิ์ใส่ที่เมืองไทยแน่นอนค่ะ เพราะถ้าแค่หยิบออกมาให้แม่เห็น แม่หนันคงตกใจแย่เลยค่ะ อิอิ สงสัยจะเอาไปใส่เป็นชุดนอนน่าจะได้นะคะ พี่ tera ก็ดูแลตัวเองเช่นกันค่ะ