Calendar

<< August >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

31 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>



Archive
-:- My Life in America: unforgettable experiences -:-
-:- My Workout Routine -:-
-:- Is Global Warming Real ? -:-
-:- A 5.4 magnitude earthquake shook greater Los Angeles area, California -:-
-:- A hectic but productive week -:-
-:- Every minute spent with you is pure heaven -:-


Favorites
 

 


-:- My Life in America: unforgettable experiences -:-

   
Sunday, August 17th, 2008

Dear, Diary


Note: ไดหน้านี้ เขียนเพื่อบันทึกประสบการณ์ชีวิตบางส่วนของหนัน ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่ค่ะ ตอนแรกหนันกะว่า จะล็อคหน้านี้ไว้ เพราะคิดว่า คงไม่มีใครสนใจอ่าน แต่หนันก็อยากบันทึกเก็บไว้อ่านเอง และในที่สุด หนันก็ไม่ได้ล็อคค่ะ เพราะคิดว่า เผื่อจะมีประโยชน์กับใครได้บ้างน่ะค่ะ ^ ^ และหนันก็รู้ว่า มันยาวมากถึงมากที่สุด (คิดว่าไม่น่าจะมีใคร เขียนได้ยาวกว่านี้แล้วนะคะ) ฉะนั้นถ้าใครไม่ได้อ่าน ก็ไม่ว่ากันเลยค่ะ หนันเข้าใจค่ะ ^ ^

 My Life in America unforgettable experiences

 
 
หนันเป็นคนนึง ที่ชอบนึกถึงเรื่องเก่าๆเสมอ และเวลานึกถึง ความทรงจำต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้ามามากมาย และหลาย ต่อหลายครั้ง ที่หนันคิดว่า อยากจะบันทึกเก็บไว้ แต่ก็ ไม่ได้เริ่มซักครั้ง แต่ครั้งนี้หนันนึกได้ และคิดว่า อยากจะบันทึกเรื่องราว เกี่ยวกับการมาเรียนที่นี่ และการทำงานของหนัน เสียหน่อยน่ะค่ะ



 My Life in America unforgettable experiences



เมื่อตอนหนันเรียนอยู่ ม.5 ซึ่งตอนนั้นหนันอายุประมาณ 17 ค่ะ ลูกพี่ลูกน้องของหนัน ที่โตมาด้วยกัน ซึ่งเป็นเด็กที่เกิดที่อเมริกา แต่มาอยู่เมืองไทย กับที่บ้านหนันตั้งแต่ยังเด็กๆ เค้ากำลังจะ กลับไปเรียนต่อที่นั่น เค้าก็เลยชวนหนัน ไปเรียนต่อด้วยกัน และก่อนหน้านี้ อาของหนัน (พ่อของเค้า) ก็ได้ชวนหนัน อยู่บ่อยครั้ง หนันได้ปรึกษากับที่บ้าน และก็ตัดสินใจ ที่จะมาเรียนต่อที่นี่

ทีนี้สำหรับกรณีของหนัน อาจจะไม่เหมือนคนอื่นหน่อย เพราะคนส่วนใหญ่ ถ้าเค้าไม่มาเรียนต่อ ตอน ป.โท เค้าก็จะมาตอน เด็กกว่านี้เลย คืออย่างมากสุด ก็มาต่อ high school ซึ่งถ้าใครมาเรียน high school ก็ทำให้ปรับตัว ให้เข้ากับที่นี่ได้เร็ว และที่สำคัญ ภาษา ก็ได้เร็วมาก แต่สำหรับหนัน หนันไม่ได้ต่อ high school ที่นี่ค่ะ แต่ว่ามาเรียนภาษา และต่อ ป. ตรี เลย ซึ่งหนันยอมรับเลยค่ะ ว่าแรกๆ ค่อนข้างมีปัญหา เรื่องภาษาพอสมควรเลยค่ะ

หลังจากที่ตัดสินใจลาออก ตอน ม.5 แล้ว หนันก็สมัคร กศน. แบบเรียนทางไกลไว้ค่ะ และหลังจากนั้น ก็มาที่อเมริกานี่เลยค่ะ พอมาถึง ก็เริ่มเรียนที่โรงเรียนภาษาก่อนค่ะ ซึ่งคนที่นี่จะรู้ดีค่ะ ว่าถ้าเรียนภาษา ของโรงเรียนสอนภาษานี่ จะไม่เข้มและไม่ดีเท่าเรียนภาษา กับของมหาวิทยาลัย แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกเรียนที่นี่ เพราะค่าเรียนถูก และที่สำคัญ มีเวลาว่าง ไปทำงานด้วย สำหรับหนัน หนันก็ต้องเรียนโรงเรียนภาษาไปประมาณ 1 ปีค่ะ เพราะว่าต้องรอ กลับเมืองไทยไป เพื่อไปสอบเทียบ ม.ปลาย ของ กศน. ซึ่งหนันก็ยอมรับเลยค่ะ ว่าระยะเวลาหนึ่งปี ที่โรงเรียนภาษานั้น ก็ได้ภาษามาบ้าง แต่ไม่แน่นเท่าที่ควรค่ะ หนันก็เรียนแบบเป็น level ไป 3 คลาส และคลาสที่ 4 ก็เรียน TOEFL และพอตอน ที่หนันสอบ TOEFL ได้พอดี หนันก็ได้กลับไปสอบ กศน. และสอบผ่านพอดีค่ะ ทำให้หนันได้เอกสารหลักๆ คือ TOEFL และ Transcript ม.ปลาย ครบและพร้อมที่จะเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกันพอดีค่ะ

แต่หนันก็เลือกที่จะ ไม่เข้ามหาวิทยาลัยเลยนะคะ แต่หนันเข้า College ก่อน แล้วค่อยไปต่อมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งถ้าเลือกเรียนวิธีนี้ ก็จะช่วยประหยัดเงิน (โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างหนัน) ไปได้เยอะเลยค่ะ และที่สำคัญ มันก็ไม่ได้ต่างกันเลยค่ะ เพราะช่วงเรียนมหาวิทยาลัยสองปีแรกนั้น จะเรียนพวก GE (General Education) ซึ่งสามารถเรียนได้ที่ College เช่นกันค่ะ สรุปก็คือ เรียนเหมือนกัน คุณภาพเหมือนกัน ได้ความรู้เหมือนกัน (แต่ก็ขึ้นอยู่กับ College ที่เราเลือกด้วยค่ะ) แต่ค่าเรียนถูกกว่าหลายเท่าค่ะ หลังจากหนันเก็บ GE จนครบ และได้ Certificate มาแล้ว (ถ้าเทียบกับเมืองไทย ก็คือได้อนุปริญญา) หนันก็ Transfer ต่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยค่ะ

ซึ่งชีวิตใน College นั้น หนันต้องปรับตัวเยอะเลยค่ะ เพราะถึงแม้วิชาการหนันจะได้ แต่หนันก็ต้องตามคนอื่น เรืื่องภาษาอีกเยอะค่ะ ตอนเรียนแรกๆ เวลาอ่านหนังสือ ก็ต้องคอยเปิด Dictionary บ่อยมาก ต้องคอยแปลเป็นไทยประโยคต่อประโยค ทำให้หนันอ่านได้ช้ามากค่ะ กว่าจะอ่านหมดหนึ่งหน้า ปาไป 20-30 นาทีเชียวค่ะ ทำให้อ่านหนังสือและเรียน ไม่่ค่อยจะทันเพื่อน จึงต้องขยันกว่าคนอื่นหลายเท่านัก แต่พอหนันจับทริคได้ หนันก็เข้าใจมากขึ้น ก็ไม่ต้องคอยเปิด Dictionary อีก เพราะใช้วิธีทำความเข้าใจ และเดาศัพท์จากรูปประโยคเอา แทนที่จะคอยแปลเป็นคำๆไป ทำให้ใช้เวลาในการอ่าน ลดเหลือประมาณ หน้าละ 10 นาที และจากนั้น ก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นเรืื่อยๆ จนไม่มีปัญหาเรื่องเรียนอีกค่ะ

แต่ถึงการอ่าน การเขียน และการฟังของหนัน จะคล่องขึ้นเยอะแล้ว แต่สำหรับการพูดนั้น หนันก็ยังทำได้ไม่เท่าคนอื่นเค้าอยู่ดีค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของสำเนียง สาเหตุหลักที่ทำให้ทางด้านสำเนียงของหนันพัฒนาช้า ก็เพราะว่า หนันได้ฝึกการพูดน้อยมากกค่ะ และภาษาหลักที่หนันใช้ ก็ยังเป็นภาษาไทยอยู่ หนันคุยภาษาไทยกับพี่ทิศทุกวัน และตอนหนันอยู่โรงเรียนภาษา ก็ได้ใช้ภาษาน้อยมากค่ะ วันละไม่กี่ชั่วโมง และที่สำคัญ หนันก็พักอยู่กับอาผู้หญิง ที่เป็นน้อง ของพ่อหนันอีกคน และอยู่ที่บ้าน เราก็ใช้ภาษาไทยกันตลอดค่ะ และเวลาทำงาน ก็คุยแต่ภาษาไทยกับพี่ๆที่ทำงาน ลูกค้าก็เป็นคนไทยเยอะ แต่ยังดีที่ลูกค้าต่างชาติก็เยอะเช่นกัน ทำให้ได้ใช้ภาษาอยู่บ้างค่ะ พอมาอยู่ College หนันก็ ไม่ค่อยได้ฝึกการพูดเท่าไหร่อีกเช่นกันค่ะ ตอนอยู่ College จะไม่ค่อยมีใคร สนิทกับใครนัก เพราะว่าจะลงวิชาไม่ค่อยตรงกัน และคนส่วนใหญ่ที่ College จะเรียนแบบ ตัวใครตัวมันมากกว่า แต่พอย้ายมาอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว เราก็เรียนแต่ วิชาเฉพาะทาง ซึ่งก็ทำให้ เวลาเรียนแต่ละวิชา จะได้เจอแต ่เพื่อนๆกลุ่มๆเดียวกัน ทำให้สนิทกับเพื่อนๆเร็ว และเนื่องจากวิชาของ ปี 3 และ ปี 4 นั้นจะยาก ทำให้เรามักจะคุยกันเสมอๆ ไม่ว่าจะคุยเรืื่องสารทุกข์สุขดิบ หรือช่วยกันเรียน และช่วงนี้เองค่ะ ที่ทำให้หนันได้พัฒนาภาษาขึ้นเยอะ และมีเพื่อนสนิทน่ะค่ะ ^ ^



 My Life in America unforgettable experiences



นอกเหนือจากปัญหา ทางด้านภาษาในตอนแรกๆ ที่นักเรียนต่างชาติอย่างหนันประสบ หนันก็ยังเจอ ปัญหาเรื่องของการทำงานอีกค่ะ ซึ่งก่อนหน้าที่หนันจะมาที่นี่ หนันก็เหมือน เด็กไทยส่วนใหญ่ ที่เอาแต่เรียนกับทำกิจกรรม แต่ไม่เคยทำงาน พอหนันมาที่นี่ได้ประมาณ 2 เดือน หนันก็เริ่มทำงานเลยค่ะ แรกๆหนันก็ทำงาน เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทย อยู่สองแห่ง ตอนนั้นเหนื่อยมากๆค่ะ ทั้งเรียน ทั้งทำงานสองที่ และที่สำคัญ มีปัญหาในที่ทำงานมากมาย แต่ภายหลังที่เข้า College แล้ว ก็ทำงานน้อยลง และต้องลาออกจากร้าน หนึ่งในสองร้านที่ทำตอนแรก เพราะเรียนหนักขึ้น คือเรียนตั้งแต่ จันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ถึงสามโมงเย็น หนันก็ยังทำงานที่ร้านอาหารที่ทำตั้งแต่แรก ร้านนึงอยู่ แต่ทำวันเสาร์และอาทิตย์เต็มวัน ตั้งแต่เก้าโมงเช้า ถึงหนึ่งทุ่ม ส่วนวันศุกร์ ก็ทำที่ ร้านอาหารของอา ตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงห้าทุ่ม สำหรับการทำงาน ที่ร้านอาของหนันนั้นก็ไม่ค่อยมี ปัญหาอะไรค่ะ เพราะว่าอาหนันใจดี แล้วก็อยู่ในย่านดี มีลูกค้าไม่เยอะ แต่ได้ทิปดี แต่ติดตรงว่า อยู่ไกลบ้านมาก ร้านปิดห้าทุ่ม แต่กว่าจะปิดบัญชี ช่วยอาเก็บกวาดร้าน และกลับถึงบ้าน ก็ประมาณตีหนึ่งตีสอง และพอวันรุ่งขึ้น ก็ต้องไปทำงานอีกร้านนึงอีก

ปัญหาที่หนันเจอหนักมาก ก็คือที่ทำงานที่ร้านใกล้บ้านนี้แหละค่ะ และร้านนี้ขึ้นชื่อมากค่ะ ว่าไม่มีใครทำที่นี่ได้นาน ก็ต้องเผ่นกันหมด ^ ^" ที่เป็นแบบนั้นเพราะมีสาเหตุค่ะ นั่นเป็นเพราะว่า จะมี waitress อยู่ท่านนึงค่ะ ที่เป็น manager และมีอำนาจเหนือทุกคน และก็ทำงานที่นี่มานานที่สุด จนเจ้าของร้านต้องเกรงใจ และคุณพี่คนนี้แหละค่ะ ที่เป็นคนที่ ทำให้คนอื่นต้องหนีกันหมดค่ะ และที่หนักไปกว่านั้น คุณพี่คนนี้เค้าเป็นอาของหนันเองค่ะ (แต่เค้าชอบให้หนันเรียกว่าพี่น่ะค่ะ) แต่เค้าไม่ใช่น้องแท้ๆของพ่อหนันหรอกค่ะ แต่เล่าแล้วมันยาว เอาเป็นว่าเค้ามีศักดิ์เป็นอาหนันน่ะค่ะ และเราก็ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนเลยค่ะ

และเนื่องจากว่า ตอนนั้น หนันยังเด็กอยู่ อายุแค่ 17 แถมไม่เคยทำงานมาก่อน ไปทำงานตอนแรก หนันก็ทำช้า (เพราะที่นี่เค้าทำงาน แบบเน้นความเร็วมากจริงๆค่ะ) และมีผิดพลาดบ้าง อย่างจดอาหารผิด หรือคิดราคาผิด แต่ก็มักกะโดนอาเค้า ทั้งดุ และตะคอกเสมอๆ หลายต่อหลายครั้ง ที่ต้องโดนทั้งตวาด ทั้งกระแทกแดกดัน ต่อหน้าทุกๆคนในร้าน จนทำให้หนันต้องไปหล่อยโฮในห้องน้ำ T T คือสำหรับหนันในตอนนั้น ถ้าปกติโดนใครทำแบบนี้ ก็ต้องเสียใจมากอยู่แล้ว เพราะเกิดมาไม่เคยถูกผู้ใหญ่ ดุ ด่า ตะคอกใส่ปาวๆๆแบบนี้ และนี่ยิ่งเค้าเป็นอาด้วย ก็ยิ่งเสียใจมากเลยค่ะ


จำได้ว่าตอนทำงานแรกๆ โทรไปร้องไห้ให้พ่อกับแม่ฟังทุกวัน อยากจะลาออกให้ได้ ซึ่งพ่อกับแม่หนัน ก็สงสารหนันมาก และก็บอกให้หนันลาออกไป แต่หนันก็ตัดสินใจ ไม่ลาออกเอง ไม่ใช่เพราะหนันอยากพิสูจน์ตัวเองหรอกนะคะ เพราะว่าการจะพิสูจน์ตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องเจอขนาดนี้ ถ้าออกไปทำที่อื่นเราก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เช่นกัน แต่ที่หนันไม่ลาออก ก็เพราะว่า ลุงของหนัน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อ (สังเกตุมั๊ยคะ ว่าหนันมีญาติอยู่ที่นี่เยอะมาก ^ ^) เป็นคนฝากงานให้ หนันไม่อยากให้ลุงเสียชื่อ จึงตัดสินใจ ทำงานที่นี่ต่อไป แต่หนันก็โทรไปร้องไห้ให้พ่อกับแม่ฟังทุกวันเลย ซึ่งตอนนั้นหนันยังเด็ก คือไม่คิดอะไร คิดแต่ว่าตัวเองเสียใจมาก คิดถึงพ่อกับแม่มาก พอมีเรื่องอะไรก็ระบาย ให้ท่านฟังหมด

แต่พอภายหลัง หนันทราบจากแม่ว่า หนันทำให้พ่อต้องนอนร้องไห้เกือบทุกคืน เพราะพ่อสงสารหนันมาก และพ่อก็เฝ้าโทษตัวเองว่า ส่งลูกไปลำบาก ว่าเป็นคนทำให้ลูก ต้องเจออะไรแบบนี้ พอได้ยินดังนั้น หนันก็เสียใจกับการกระทำของตัวเองมาก และก็คิดได้มากขึ้น และหลังจากนั้น พอหนันมีปัญหาอะไรหนักๆอีก หนันก็ไม่โทรไปบอกพ่อ ให้พ่อเสียใจอีก หลายต่อหลายครั้ง ที่มีอะไรก็ต้องเก็บความขมขื่นใจไว้คนเดียว ร้องไห้คนเดียว ไม่เล่าให้ใีครฟัง เพราะไม่อยากให้ใครเสียใจไปกับหนันด้วย ซึ่งมันเจ็บปวดมาก แต่มันก็ดีกว่า การที่ต้อง ให้พ่อนอนร้องไห้และแม่นั่งทุกข์ใจ นั่นเป็นสิ่งแรกๆ ที่หนันเรียนรู้ คือบางครั้ง ไม่ว่าเรา จะมีความทุกข์ขนาดไหน เราก็ต้องเก็บไว้คนเดียว เพราะจะได้ไม่ทำให้คนอื่นทุกข์ใจ ไปกับเราด้วย

และหนันก็ทนทำงานต่อไป และในที่สุด หนันก็ทำมาได้ถึง 6 ปี และก็ต้องลาออก เพราะว่า ตอนเรียนปีสุดท้าย หนันเรียนหนักมาก และมีงานวิจัย และออกพื้นที่ทั้งเสาร์ และอาทิตย์เป็นประจำ ทำให้ต้องขาดงานบ่อยๆ ซึ่งถ้าขาดบ่อยๆ จะทำให้ที่ร้านลำบาก หนันเลยต้องลาออก เพื่อให้เค้าหาคนใหม่มาทำแทนหนัน และตลอด 6 ปีที่ทำอยู่นี้ ถึงแม้หนันจะทำจนคล่องแล้ว แต่อาก็ยังมีเรื่องให้ดุหนันได้อยู่เสมอๆ ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่แค่หนัน ที่โดนแบบนนี้นะคะ ทุกคนโดนกันหมด ^ ^" แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันบั่นทอนกำลังใจ ในการทำงานพอสมควร แต่หนันก็พยายามทำใจ และยอมๆอาเค้าไป หลายๆคนที่เข้ามา และต้องออกไป ถ้าไม่ใช่เพราะเค้าทนไม่ได้ สู้ไม่ไหว ร้องไห้ออกไป ก็คือเถึยงกับอาหนัน จนทะเลาะกันใหญ่โตนี่แหละค่ะ สำหรับหนัน หนันก็คิดว่า ถึงเราจะรู้ว่าเราไม่ผิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน เราก็ต้องยอมเค้าไป ถ้าเค้าเดือดมา เรายิ่งเดือดกลับ มันก็จะพัง ให้เฉยๆสงบๆ ยอมๆเค้าไป และคิดให้ว่า อย่างน้อยเราก็เด็กกว่าเค้าเยอะ และเค้าก็เป็นอา ก็ต้องเคารพและให้เกียรติเค้า


นอกจากเรื่องอาของหนันแล้ว ปัญหาแรกๆที่หนันเจอ ในการทำงานอีกปัญหานึง ก็คือเรื่องของ การทำงานหนักนี่แหละค่ะ ร้านหนันนี้เป็นร้านที่ลูกค้าเยอะมาก ขายดีมาก จำได้ว่า หนันมาทำงานวันแรก ต้องยืนและเดินตลอด 10 ชั่วโมงที่ทำงาน จะได้นั่งก็แค่ตอนพักทานข้าว ซึ่งเวลาทาน ก็ต้องรีบๆทานอีก เพราะว่าจะโดนอาดุเอา ผลก็คือวันแรกที่ทำงาน หนันเป็นห้อเลือดที่เล็บเท้าค่ะ ซึ่งเป็นวงกว้างมากๆ และก็เป็นอยู่หลายเดือน เกือบครึ่งปีเลยค่ะ กว่าเล็บจะยาวขนาดหลุดออกมาเอง (ไม่ต้องบอกนะคะ ว่าเจ็บขนาดไหน) และการทำงานโดยทั่วๆไป ก็จะเน้นความเร็ว ต้องเดินเร็วๆ หยิบจับของเร็วๆ และก็หยิบ และขนของหนักๆทุกวันเลยค่ะ ซึ่งอันนี้ก็ดี ที่ทำให้แข็งแรง แต่ถ้าต้องยกของหนักๆบ่อยๆ เราก็ทราบกันว่า สำหรับผู้หญิงเราแล้ว มันอันตรายต่อมดลูก และกระดูกเชิงกรานของเรา

และนอกเหนือจากเรื่องทำงานหนักแล้ว อีกเรื่องนึงที่หนันประสบก็คือ เรื่องของ ความแตกต่างระหว่างวัยค่ะ เนื่องจากว่า หนันเข้าทำงานตั้งแต่อายุ 17 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุด ในประวัติศาสตร์ของร้านเลยค่ะ ส่วนพี่ๆคนอื่นที่ทำด้วยกัน ส่วนใหญ่เค้าจะอายุ 30 ขึ้นกันทั้งนั้น หนันยอมรับเลยค่ะว่า ตอนแรกรู้สึกเหงามากเลย ไม่มีใครที่คุยกันรู้เรื่องเหมือนเพื่อน คิดถึงเพื่อนๆ ที่เมืองไทยมากๆ แต่พอทำไปนานๆ ก็ทำให้หนันเรียนรู้ว่า และพวกพี่ๆ ก็ได้สอน และทำให้หนันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งเล่าประสบการณ์ และบอกแนวทางต่างๆให้หนัน ทำให้หนันได้มีตัวอย่าง และได้เห็นมุมมองของผู้ใหญ่ ซึ่งนี่ก็มีส่วนทำให้หนัน มีความคิดความอ่าน เป็นผู้ใหญ่ขึ้น

และนอกจากปัญหาเรื่อง ช่องว่างระหว่างวัยแล้ว ปัญหาใหญ่อีกปัญหานึงก็คือ เรื่องของลูกค้าค่ะ อย่างที่หลายๆคนทราบกัน การทำงานแบบนี้ จะต้องเจอผู้คนมากมาย ต่างชาติ ต่างภาษา บางคนเค้าก็เคารพในอาชีพเรา แต่บางคนเค้าก็ดูถูกเรา และถ้าโดนใครทำกริยา หรือวาจาเหยียดหยามเรา เราก็ต้องอดทน และต้องยิ้มไว้เสมอ ทุกๆวัน พวกเราต้องเจอลูกค้า หลายรูปแบบมาก ทั้งที่ดี เข้าใจอะไรง่าย ทั้งที่ไม่ดี ชอบวีน คือทุกๆวัน จะต้องมีปัญหา มาให้พวกเราแก้เสมอๆค่ะ แรกๆหนันก็ท้อ แต่ตอนหลังก็ทำใจได้ และก็เปลี่ยนเป็นตัวผลักดัน ให้หนันเข้มแข็งขึ้น และที่สำคัญคือ ทำให้หนันรู้จัก การอดทนอดกลั้น คือถ้าเป็นหนันเมื่อก่อน ถ้าหนันไม่ได้ทำอะไรผิด หนันก็จะสู้เพื่อตัวเอง แต่พอมาทำงานแบบนี้ ถึงเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เราก็ต้องยอมรับผิดและขอโทษไป เพราะลูกค้าถูกเสมอ คือมันต้องใช้ ความอดทนอดกลั้นอย่างมากเลยค่ะ

แต่หนันก็เจอลูกค้าดีๆเยอะเหมือนกันค่ะ มีลูกค้าหลายท่าน เอ็นดูหนันมาก มีคุณตาอยู่ท่านนึง ท่่านไม่มีลูกหลาน ท่านก็เห็นหนัน เหมือนลูกเหมือนหลาน และชอบมาคุยกับหนัน ลูกค้าหลายท่าน ชอบเอาขนมมาฝาก ซื้อของมาให้ และก็มีคู่สามีภรรยาคู่นึง พี่ผู้ชายเป็นคนไทย พี่ผู้หญิงเป็นคนอิสราเอล คือปกติเราเจอกัน ก็จะคุยกันหลายๆเรื่อง มีอยู่ครั้งนึง หนันคุยเรื่อง กำลังหาซื้อคอม พี่เค้าถึงขนาดยกคอมอีกเครื่องของเค้าให้หนันฟรีๆเลยค่ะ ^ ^

สรุปก็คือ ตอนแรก ที่หนันกะทำงานต่อ ก็เพราะว่าหนันไม่อยากให้ลุงต้องเสียชื่อ และหนันก็กะว่า จะทนๆทำไปก่อน ซักพักค่อยหางานใหม่ แต่ไปๆมาๆ หนันก็ทำที่นี่มาตลอด เป็นเพราะว่า หนันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง และคิดอะไรได้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่หนันภูมิใจมาก ก็คือ หนันสามารถ ควบคุมรายรับ-รายจ่าย ของตัวเองได้อย่างดี ทำให้หนัน มีเงินเก็บพอถึงขนาดที่ว่า ที่ผ่านมา ตลอดช่วงที่หนันทำงาน หนันส่งเสียตัวเองเรียนมาตลอดเลยค่ะ ไม่ใช่ว่า พ่อกับแม่ไม่ส่งหนันนะคะ พ่อกับแม่เป็นห่วงมาก และพยายามจะส่งเงินให้หนันตลอด แต่เป็นหนันเอง ที่บอกท่านว่า หนันอยากส่งตัวเองเรียน และหนันก็ยังจำได้ว่า เงินเดือน ที่หนันได้ครั้งแรก หนันส่งให้พี่บ้านหมดเลย และถึงเงินจะน้อยนิด แต่มันเป็นความภูมิใจ ของหนันมาก ส่วนพ่อกับแม่หนัน ก็คงไม่ต้องบอกเลยค่ะ ว่าท่านภูมิใจมากแค่ไหน แต่ก็มีช่วง ที่หนันลาออกมา ก็คือช่วง ปี 4 พ่อกับแม่ก็เลย ขอส่งเงินให้หนันบ้าง ส่วนเงินที่หนันเก็บออมไว้ ท่านก็ให้หนันเก็บไว้ใช้จ่ายส่วนตัว และนั่นก็คือเงินที่หนันนำไว้ใช้ชอปปิ้งนี่แหละค่ะ ^ ^

ทั้งการเรียนและการทำงานที่นี่ ทำให้หนันได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต หลายๆอย่างมากมาย อย่างที่หาไม่ได้ที่เมืองไทย ประสบการณ์ต่างๆนี้ทำให้หนันเข้มแข็งขึ้น และพร้อมที่จะ ก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ อาจจะมีบางครั้งที่หนันรู้สึกว่า อยากกลับไปเรียน ป.ตรี ที่เมืองไทย เพราะไม่อยากเหนื่อยแบบนี้ อยากมีสังคม และอยากมีเพื่อนแบบนั้นบ้าง แต่หนันก็รู้สึกภูมิใจ ที่ตัวเองสามารถ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาได้ จนมาถึงทุกวันนี้ได้ และก็ภูมิใจที่หนันทำให้ คนที่หนันรักและรักหนัน ภูมิใจในตัวหนัน

 


 My Life in America unforgettable experiences



พอดีเมื่อวันก่อน หนันจัดของในบ้าน ก็เลยไปเปิดลังเก็บของดู และก็เจอ hard disk ของ laptop
เครื่องเก่า ที่หนันใช้ตอนอยู่ปี 3 ซึ่งน่าเสียดายมากค่ะ ที่หนันใช้เครื่องนั้นได้ ไม่ถึงปีเลยค่ะ
ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้พังซะก่อน พอหนันลองเปิด hard disk มาเปิดดู ก็พอข้อมูลต่างๆมากมาย
เกี่ยวกับการเรียน และก็มีรูปเก่าๆบางส่วนอยู่ ทำให้หนันคิดถึงช่วงเวลานั้นมากมายค่ะ



Sierra Nevada Field Trip

 My Life in America unforgettable experiences


ทริปนี้เป็นทริปค้างคืนครั้งแรกของหนันเลยค่ะ ตอนนั้นอยู่ปี 3 เราไปกันแบบขับรถตามๆกันไป และใช้เวลา 3 วัน 2 คืนค่ะ ทริปนี้เป็นทริปที่หนันประทับใจมากที่สุดเลยค่ะ ^ ^

การได้ออกทริปแบบนี้ ทำให้เราได้ประสบการณ์ชีวิต หลายๆอย่างเลยนะคะ ต้องกางเต้นท์นอนกลางป่ากลางเขา น้ำก็ไม่ได้อาบกันตลอดทั้งสองคืน เพราะไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ และต้องก่อไฟ หาอาหารทานกันเอง ส้วมก็มีแบบเป็นขุดหลุม แล้วมีชักโครกครอบ ^ ^" ลำบากมากๆค่ะ แต่ก็สนุกมากๆเลยค่ะ และก็ยังตื่นเต้นและอันตรายอีกด้วยค่ะ เพราะเราไปอยู่ในที่ที่เป็นธรรมชาติล้วนๆ เป็นแหล่งของสัตว์ป่า ทำให้เราต้องระวังกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าหมีนี่แหละค่ะ ที่น่ากลัวมาก เพราะเค้าชอบออกมาที่ที่มีคนอยู่ เพื่อมาหาอาหารทาน

ทริปนี้ทำให้หนัน ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากๆ โดยเฉพาะทุกๆคนต้องคอยช่วยเหลือกันตลอด
คืนแรก ที่กางเต้นท์นอนกัน เราก็มีก่อกองไฟกัน และก็นอนดูดาว มันเป็นความรู้สึก ที่บอกไม่ถูกจริงๆค่ะ คือหนันเป็นคนชอบ เรื่องพวกดวงดาว อวกาศ พิภพ มิติ กาลเวลา อะไรแบบนี้มาก พอได้มาเห็นดาวที่นี่แล้ว ต้องตะลึงจริงๆค่ะ เกิดมาในชีวิต ไม่เคยเห็นดาวมากมาย เท่านี้มาก่อนเลยค่ะ และอีกอย่าง ก็เป็นดาวที่ไม่มี ในแถบศูนย์สูตรบ้านเราด้วย ที่สำคัญ หนันได้เห็นทางช้างเผือกด้วยค่ะ เป็นอะไรที่ มหัศจรรย์มากๆค่ะ แต่น่าเสียดาย ถ่ายรูปมาไม่ได้ค่ะ เพราะมันมืดมากๆ ถ่ายอะไรออกมาไม่ติดเลยค่ะ

 My Life in America unforgettable experiences




 My Life in America unforgettable experiences



Measuring Stream Discharge

ทริปนี้เป็นตอน ปี 4 เทอม 1 ค่ะ เป็นการวัด Stream Discharge ครั้งแรกของเรา


 My Life in America unforgettable experiences
หนันทำหน้าที่ set up แล้วก็ operate เครื่อง tripod และคอยอ่านให้เพื่อนจด


 My Life in America unforgettable experiences
เพื่อนคนอื่นก็ set up เสา แล้วก็แบ่ง section เพื่อให้หนันอ่านค่ะ


 My Life in America unforgettable experiences

เป็นงานที่หนันชอบมากๆเลยค่ะ เพราะอย่างมากก็ได้อ่านและคำนวณจากตำรา
แต่นี่ได้มาทำเองจริงๆ และก็ทำทุกอย่างแบบที่ hydrographer ทำจริงๆ




 My Life in America unforgettable experiences



Downtown LA Field Trip

ส่วนทริปนี้ เป็นทริป Downtown LA ค่ะ หนันเคยเอามาลงไดอันที่แล้วแล้วค่ะ
แต่หนันก็ชอบมากๆค่ะ เพราะหนันชอบความหลากหลาย ไม่ใช่แค่เข้าป่า ปีนเขา
การได้เข้าเมือง ก็ได้ประสบการณ์อีกแบบ ได้เรียนรู้ที่มาที่ไป ได้เข้าใจประวัติศาสตร์
และทำให้เข้าใจความคิด และการกระทำของมนุษย์มากขึ้น



 My Life in America unforgettable experiences

 My Life in America unforgettable experiences

 My Life in America unforgettable experiences
Me and Kristin



 My Life in America unforgettable experiences


และหนันก็เจอรูปเก่าๆบางส่วนด้วยค่ะ ช่วง ปี 2-4 ตัวหนันค่อนข้างจะเปลี่ยนเยอะเลยค่ะ
 ช่วงปี 2 เป็นตอนที่น้ำหนักเยอะที่สุดเลยค่ะ ปี 3 เป็นช่วงที่ลดน้ำหนักลดและผอมที่สุด
พอปี 4 น้ำหนักก็ขึ้นมานิดนึง และหนันก็เป็นคนที่ ถ้าน้ำหนักเปลี่ยนนิดหน่อย
หน้าก็จะเปลี่ยนเลยค่ะ เพราะว่าหนันเป็นคนมีแก้ม พอน้ำหนักขึ้นๆลงๆ
หน้าก็จะบวมๆยุบๆตามน่ะค่ะ อิอิ


 My Life in America unforgettable experiences
ปี 2 เทอม 2: ตอนนั้นเป็นกระปุกตั้งฉ่ายมากๆค่ะ ^ ^"
และผมยังดำและสุขภาพดีอยู่ค่ะ



 My Life in America unforgettable experiences
ปี 3 เทอม 1: ผมดำ ยาว


 My Life in America unforgettable experiences
ปี 4 เทอม 1
: ผมสีน้ำตาล สไลซ์




 My Life in America unforgettable experiences

ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ และขอบคุณทุกๆคนที่แวะมาหาหนันนะคะ ^ ^
หนันกะว่าต่อไป หนันจะตอบคำถาม และฝากข้อความสำหรับท่านที่ไม่มีได
ตรงคอมเม้นท์เลยแล้วกันนะคะ เพราะว่าจะได้เร็วกว่าที่ต้องรอหนันอัพไดแต่ละครั้งน่ะค่ะ






Posted on Mon 18 Aug 2008 22:20


Thank you for your comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 


Comments

น้องหนันจ๋า สบายดีนะค่ะ
อัพไดเร็วๆ นะค่ะ
take care jaa
applemee.diaryclub.com   
Thu 21 Aug 2008 23:42 [37]

น้องหนันคะ ก่อนอื่นเลย ถ้าไม่มีเวลาว่างไปหาพี่ ไม่เป็นไรเลยนะ พี่เเวะมาหามาอ่านเองจ้า ไม่ต้องกังวล

อ่านเรื่องของน้องหนันแล้วทำให้พี่เกิดอาการละอายใจมากค่ะ ที่น้องหนันเล่ามาว่าทำงานเสริฟตั้งหลายปี พี่ทำที่ร้านกาเเฟเดือนละไม่กี่ครั้งเอง ยังบ่น บางทีคืนก่อนไปทำงานก็เเอบร้องไห้ไม่อยากไปทำงาน ตอนนี้ดีขึ้นค่ะ พี่พยายามไม่คิดอะไรมาก บางทีไปทำงานถ้าเจอกะที่เป็นคนเยอรมันหมดก็จะไม่ค่อยสนุก ฟังเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง เหมือนเราเป็นหัวเดียวกะเทียมลีบอ่ะ ค่ะ
พี่ไม่ค่อยโทรหาแม่ตอนเศร้าค่ะ รู้ว่าเค้าต้องเศร้ากว่าเราเป็นร้อยเท่า พยายามให้เค้ารับรู้แต่สิ่งดีดี เค้าจะได้มีความสุข
ตั้งใจเรียนนะคะ เเล้วจะมาหาใหม่
เมย์   
Thu 21 Aug 2008 20:26 [36]
 

พยายามเมนต์หนันหลายครั้งมาก แต่ก็ล้มเหลวทุกที ถ้าครั้งนี้ได้อีก ก็ถือว่า เป็นโชคดีละกัน - ออกตัวไว้ก่อน

อ่านเรื่องราวของหนัน ตั้งแต่ตอนได Simply me ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกที่ไดฯนี้
อ่านแล้วก็คงไม่ต่างกับเรื่องราวของใครหลายๆคนที่ไปเรียนต่อเมืองนอก
แต่ที่แน่ๆ ทุกคนภูมิใจที่สามารถ survive ได้ และประสบความสำเร็จได้ในการเรียนและการอยู่ที่นั่น

แม้แต่พี่เองตอนอยู่ออสก็เหมือนกัน

แต่นั่นไม่ใช่ at the end of the day
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังต้องเรียนรู้ในโลกของความเป็นจริงในการทำงาน
โลกของการเรียน และการทำงาน part-time มันก็ช่างแตกต่างจากโลกแห่งการทำงานเหลือเกิน

เอาเป็นว่า ดีใจที่ได้อ่านไดฯของน้องหนันอีก ไม่รู้ว่าน้องหนันจำพี่ได้หรือเปล่านะ


Take Care นะคะ


ไปละ


ฟิ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
มารน้อยจอมป่วน & ตาแก่ขี้เซา   
Thu 21 Aug 2008 18:36 [35]

อย่างที่น้องหนันบอกอ่ะนะคะว่า
เป็น unforgrtable จิงจิงค่ะ
อ่านไปแล้วก้อเห้นภาพตามเลย
เหมือนพจมานน้อย ๆ ถูกกลั่นแกล้ง อิ
เกี่ยวกันไหม


เผอิญว่าที่ออฟฟิศมันบลอกรูป
พี่เลยอดดู ^^

กลับบ้านเด็วจะเข้ามาดูใหม่นะคะ

พี่ว่าน้องหนันไปเขียนหนังสือแบบ HOw to ได้เลยนะคะ
oattayo.diaryclub.com   
Thu 21 Aug 2008 10:04 [34]

น้องกี้ว่าพี่หนันเป็นเด็กดีมั่กมากเลยคะ

ประสปการณ์หน้านี้เป็ฯประโยชน์กะกี้จริงๆเลยคะ

จนป่านนี้ ยังคุมเงินไม่ได้เลยคะ T^T
น้องกี้จะลองทำแบบพี่หนันดู

ps.ตอนนี้สบายดีไหมคะ ดูแลตัวเองนะคะ
^____^ddsshinbi.diaryclub.com   
Thu 21 Aug 2008 9:14 [33]

แวะมาอ่านประสบการณ์ชีวิตน้องหนัน น่าสนใจดีจ้า
เริ่มไปเมืองนอกแต่อายุยังน้อยทำให้ปรับตัวได้เร็วนะพี่ว่า ตอนพี่ไปฝรั่งเศสอายุพอๆกะหนันเลย ราวๆสิบเจ็ด เรียนรู้ได้ไวมากๆ รู้สึกจะเป็นช่วงหัวไวสุดๆแล้ว ตอนนี้แก่ละ เริ่มไม่ค่อยรับรู้อะไร ก๊ากๆๆ
ตอนเรียนจบใหม่ๆ พี่เคยมีแพลนไปอมริกาเหมือนกัน เพื่อนแม่เค้ามีร้านอาหารไทยที่ซาคาเมนโต้รึไงเนี่ย ถ้าพี่ไป คงมีชีวิตไม่ต่างจากหนันเท่าไหร่ เหอๆๆ แต่ช่วงนั้นพี่เริ่มทำงานโรงแรมก็เลยไม่ได้ตามสอบโทเฟล สุดท้ายได้ทุนไปฝึกงานโรงแรมที่เบลยี่ยมแทน จนพบรักกับสามี ชีวิตก็เลยเป็นแบบนี้แล่ะ ฮ่าๆๆ
เวลามาอยู่ตรงนี้แล้วมองย้อนกลับไปในอดีต มีความทรงจำดีๆมากมายที่ประทับใจและอยากเขียนเก็บไว้ไม่ต่างกันเลยจ้า
deeda.diaryclub.com   
Thu 21 Aug 2008 2:39 [32]

I meant FRIEND not freind:)
P'tik   
Wed 20 Aug 2008 21:30 [31]

Thank you for sharing the experience nakha. I totally understand you. I worked in the restaurant for three years. Some people are generous, some are mean to you but you got to do what you have to do.
It was a great experience for me. I learned a lot from being a server, how to treat people is the most thing I have learned.

You are brave and very adventurous and you did it girl, you make yourself and your parents proud and I am proud of you(MY FREIND/MY SISTER) too

I remember when you were in fourth year, you did reserch and worked real hard. Now you are getting your master degree. It's all worthy at the end right?

Takecare naja lovely sis.
youaremysunshine.diaryclub.com   
Wed 20 Aug 2008 21:27 [30]

อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองไปออสแรกๆจังค่ะ

พี่ทำงานแรกก็โทรกลับบ้านไปร้องไห้ให้เค้าฟังทุกวันเหมือนกัน แล้วเรื่องภาษาเนี๊ยก็เหมือนกันเลยคะ พัฒนาได้ช้ามากๆ เพราะกลับมาบ้านพี่ก็คุยกับพี่โน๊ตพี่ต้อม (JCK) ><"

แต่ถึงวันนี้แล้ว พี่ว่าน้องหนันต้องเป็นเด็กผู้หญิงที่เก่งคนหนึ่งแน่นอนค่ะ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ ทางบ้านต้องภูมิใจในตัวน้องหนันมากแน่ๆเลยค่ะ


เทคแคร์นะคะ
anordinary.diaryclub.com   
Wed 20 Aug 2008 20:43 [29]

ไม่ว่าจะปีไหนๆพี่หนันก็ยังหน้าเด็ก น่ารักเหมือนเดิมค่ะ อิอิ
เรื่องมีปัญหาตอนไปเมืองนอกใหม่ๆ แนทก็เป็นหนักกว่าพี่หนันอีก เพราะร้องไห้ทุกคืนแถมเครียดแล้วกินชอกโกแล๊ตจนอ้วนเลยค่ะ แนทมีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ทุกเรื่องเพราะจำได้เคยเล่มากไปจนแม่ต้องสอนธรรมมะเลย แนทเป็นพวกคิดมากและแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากไปอ่ะ

อ่านที่พี่หนันเล่ามาดูพี่เก่งและแกร่งดีน่ะค่ะ ผ่านชีวิตมาเยอะ ชื่นชมพี่มากเหมือนเดิมค่ะ
ปล ไม่ทราบว่าพี่หนันอยู่เมืองอะไรที่อเมริกาหรอค่ะ =)
nattymoments.diaryclub.com   
Wed 20 Aug 2008 19:04 [28]

หนันจ๋า

ขอบคุณนะจ๊ะที่เปิดไดหน้านี้ขึ้นมา เพราะมันมีประโยชน์มากๆๆๆๆ เป็นทั้งไกด์ และเป็นทั้งแรงผลักดันให้เราสู้ แป้งก็คิดอยากไปเรียนต่อเหมือนกัน แต่แป้งยังไม่สามารถฝ่าด่าน TOEFL และ GRE ได้ แอบท้อ แถมไม่อยากกวนเงินที่บ้านเรียน แต่ก่อนก็คิดว่าตัวเราเองจะทำได้เหรอ บ้านเราเองก็ไม่ได้มีตังค์มากมาย ยังคิดว่าถ้า(มีปัญญา)สอบพวกโทเฟิล กะ จีอาร์อีผ่าน คงจะไปสู้ต่อเอาข้างหน้า พอมาอ่านไดของหนันตั้งแต่ปีก่อน ก็แอบชื่นชมนะว่าหนันนี่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แล้วก็โชคดีมากๆที่ได้มีโอกาสไปเรียนที่โน่น นับถือจริงๆ จนถึงวันนี้ที่แป้งได้มาอ่านไดหน้านี้ ยิ่งทำให้แป้งมีแรงฮึดที่จะสู้ เพราะการที่เราจะประสบความสำเร็จ เราก็ต้องเอาความลำบากเข้าแลก และหนันก็เป็นแบบอย่างที่ดีของแป้งนะ

ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แป้งเองจ้า
paengjee.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 22:17 [27]

ดีใจจังที่ได้รู้จักพี่หนันมากขึ้นจากไดอารีหน้านี้

น้องเอยคิดมาตลอดนะคะว่ามีหนันคงจะ "คุณหนู" มากๆ

แต่พอได้อ่านไดวันนี้ทำให้รู้ว่าพี่หนันค่อนข้างบุกๆลุยๆพอสมควรเลยล่ะ

สมัยไดอารีSimply_me น้องเอยก็ทึ่งเรื่องที่พี่หนันเรียนภูมิศาสตร์ ไปขุดดินแบกเป้ปีนเขา แล้ว แต่ไดวันนี้ก็ได้ทึ่งอีกเรื่องการออกไปใช้ชีวิตต่างแดนตั้งแต่ 17
และที่น่านับถืออีกอย่างน้องเอยว่าหนีไม่พ้นคุณพ่อคุณแม่พี่หนันนะคะ ท่านคงมีความไว้วางใจในตัวพี่หนันมากเลยทีเดียวค่ะ ที่ได้ตัดสินใจสนับสนุนให้พี่หนันได้ไปใช้ชีวิตใกล้อกพ่อแม่ คุณพ่อคุณแม่พี่หนันท่านมองโลกได้กว้างจริงๆ ผิดกับพ่อแม่เอยมากๆ ท่านนะไม่ให้เอยไปไหนเลย ตั้งแต่เล็กจนโต เรียนแถวบ้านตลอด ขนาดเรียนมหาลัยตอนเอนทรานซ์ยังให้ลงมหาลัยใกล้บ้านเลย แค่จะไปเรียนกรุงเทพฯ ยังอด --___-- เอยอิจฉาพี่หนันจัง

---------
เอยว่าพี่หนันเวลาอยู่กับฝรั่ง พี่หนันก็เหมือนฝรั่งเลยค่ะ ยิ่งเวลาเอียงหน้าทำมุมประมาณ30องศานะ สันจมูกมันจะโด่งๆ เหมือนลูกครึ่งอะค่ะ

----------
พี่หนันเป็นคนที่แต่งตัวได้ทุกแบบจริงๆ คงไม่มีแบบไหนที่พี่แต่งแล้วจะไม่ดูดีเลยค่ะ
platootakpear.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 20:22 [26]

น้องหนันจ้ะ
พี่วดา อ่านจนจบเลยอ่ะ
เขียนได้ดีมาก ๆ เลย
ทำให้พี่วดา นึกถึงตอนวัยเรียนเลย
อยู่ต่างบ้านต่างเมืองก้อต้องสู้กันไปนะ
แต่น้องหนัน ก้อเก่งนะ อายุ 17 สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ทำงานเอง ส่งตัวเองเรียนเอง เก่งมากจ้ะ
ถึงแม้ พี่วดา ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวน้องหนัน แต่พี่วดา ก้อภูมิใจในตัวน้องหนันคนนึงเหมือนกันจ้ะ

เทคแคร์ และ สู้ สู้ นะ
iamwada.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 18:08 [25]

พี่เฝ้ารอน้องหนันอยู่นาน มาที่ไรก้อยังล็อคอยู่ ^^''

เป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ เลยนะคะน้องหนัน แต่น้องหนันเก่งมากเลยนะคะ ที่อยู่ทำได้ถึงหกปี น่าจะนานที่สุดในร้านเลยรึป่าวคะ ถ้าไม่รวมคุณผู้จัดการ
พี่อ่านถึงตรงที่น้องหนันทุกข์ใจ แล้วคุณพ่อร้องไห้ทุกคืน พี่น้ำตาซึมเลยค่ะ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ นี่มันยิ่งใหญ่เกินคำบรรยายจริงๆ เลยนะคะ แต่ตอนนี้ท่านคงเบาใจขึ้นเยอะแล้วล่ะนะคะ

ตอนที่พี่อยู่นู่น พี่เคยทำร้านอาหารไทยอยู่แค่วันเดียวเองค่ะน้องหนัน พี่ไม่ชอบการทำงานแบบนี้ (หมายถึงการบริหารงานในร้านนะคะ) แล้วก้อสังคมในร้านน่ะค่ะ แต่น้องหนันรู้มั้ยคะ ว่าพี่ยอมลำบากกว่านั้นเพื่อความสบายใจ คือไปทำงานทำความสะอาดค่ะ พี่ทำแบบนั้นตลอดที่พี่อยู่ที่นู่น น้องหนันคิดดูว่าพี่ต้องสูดกลิ่นสารพิษเข้าไปเท่าไหร่ ^^'' แต่ทำแล้วสบายใจค่ะ ก้อต้องแลกเอานะคะ

น่าเสียดายพี่ไม่เคยไปแถบที่น้องหนันอยู่เลยค่ะ อยู่แต่ฝั่งอีส ท่าทางฝั่งน้องหนันจะสวยน่าดู

ช่วงที่น้องหนันอยู่ปีสอง ไม่เห็นจะบวมเป็นกระปุกตั้งฉ่ายเลยนะคะ แต่พี่ชอบตอนอยู่ปี่สี่ที่สุด น่ารัก สวย หวาน เปรี้ยว ได้ทุกอารมณ์

น้องหนันเรียนคณะอะไรอ่ะคะ ดูสนุกดีจัง แต่ตอนนี้น่าจะจบป.ตรีแล้วเนอะ (รึป่าวจ๊ะ)
เรื่องราวที่น้องหนันเขียนวันนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยรู้มั้ย แล้วพี่ก้อได้เห็นว่าน้องหนันเป็นเด็กที่ดีและน่ารักคนนึงเชียวแล่ะ ^^

อีกนิดนึงค่ะ พี่ได้ palette มาแล้วค่ะ แต่พี่รู้สึกว่ามันจะเป็นของจีน สงสัยพี่คงจะซื้อผิดแน่ๆเลย ที่พี่บอกว่าซื้อแบบเจ็ดสิบสีน่ะค่ะ ^^''

คิดถึงเสมอนะจ๊ะเด็กหนัน
lhengnueng.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 16:06 [24]

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะพี่หนัน

ซินกลับไปกิน ACV ผสมน้ำเปล่าแล้ว
อ็วกแทบแตกค่ะ 555+ เปรี้ยวๆผะอึดผะอมมาก แต่ก้อจะอดทนค่ะ
ซิน   
Tue 19 Aug 2008 15:24 [23]

ทำไมจะไม่อยากอ่านล่ะอ่านจนจบเลยเพลินดีนะเหมือนอ่านชีวประวัติเลยชีวิตหนันมีหลายรสชาติดีนะทั้งเรื่องเรียนเรื่องทำงานเรื่องเที่ยวคนเราบางครั้งก็ต้องมีน้ำตามันทำให้เข้มแข็งขึ้นนะ
ป.ล.ชอบผมตอนทำสีมากมายค่ะ
kivimjuf.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 14:56 [22]

สวัสดีค่ะพี่หนัน เห็นอัพตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังล็อคอยู่ คิดว่าจะเจิมซะหน่อยแต่ไม่ทันค่ะ เลยเวลามานานเลย
พี่หนันคิดถูกแล้วค่ะ ที่ไม่ล็อคได เพราะเชื่อว่ามีหลายคนที่รอพี่อ่านไดพี่หนัน รวมทั้งป๋อมด้วย

ไดวันนี้ยาวสุดๆ อ่านไปเม้นไปดีกว่าค่ะ เพราะจับใจความไม่เก่ง อิอิ
พี่หนันเก่งมากๆค่ะมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองห่างไกลพ่อแม่อีกต่างหากตั้งแต่อายุ 17
แถมยังทำงานไปเรียนไปด้วยอีกต่างหากยอมนับถือจริงๆเลยค่ะ เชื่อว่าช่วงนั้นต้องเหนื่อยมากๆ
คุณอาคนนั้นดุจริงๆ ทำไมต้องตะคิกด้วยนะ ถ้าเป็นป๋อมคงสั่นไปหมดทำอะไรไม่ถูกเลย แต่พอเจอแบบนี้
คนที่เราอยากให้รับรู้และระบายออกก็พ่อแม่เราค่ะ
ไม่ว่ายังไงแล้วพี่หนันได้ทั้งประสบการณืชีวิต อย่างมากและประสบความสำเร็จเรื่องเรียนอีกด้วย

ไปออกทริปครั้งแรกแบบพี่หนันต้องช่วยเหลือตัวเอง ทั้งทำกับข้าว นอนเต๊นท์ ก่อไฟ นึกถึงเข้าค่ายเนตนารีเลยค่ะ สนุกสุดๆ

เสียดายจังรูปทางช้างเผือกถ่ายไม่ติดอยากเห็นเหมือนกัน พูดถึงทางช้างเผือกนึกถึงเรื่องคู่กรรมเลย โกโบริ กับ ฮิเดโกะ

รูปปี 3 เหมือนปัจจุบันที่สุดเลยค่ะพี่หนัน

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ดีใจด้วยอีกเรื่องคะพี่หนัน ไดพี่ติด TOP DIARY แว้วววว
october.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 13:46 [21]

เพิ่งเมนท์ครั้งแรก แต่อ่านแล้วประทับใจจังค่ะ

เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลยนะคะ

gizmo.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 13:22 [20]

อืมได้ความรู้ดีจังเลยจ้า ขอบคุณนะคะ
littlepenguin.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 12:42 [19]

สวัสดีค่ะ
หนันแวะมาบอกว่า ตอนนี้หนันยังไม่ว่างเลยค่ะ คงไม่ได้แวะไปหาใครนะคะ ขอโทษด้วยค่ะ และหนันต้องขอขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ และขอบคุณทุกคนที่แวะมาหานะคะ
chictuary.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 11:04 [18]

น้องหนันจ๋า พี่อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า การใช้ชีวิตต่างแดนเนี่ยไม่ว่า
จะประเทศไหน ก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้นเลยเนอะ
ไม่เป็นเรื่องงาน ก็ต้องเรื่องภาษา โดนเอาเปรียบจากคนไทยด้วยกันก็เยอะ
พี่เพิ่งมีรุ่นน้องคนไทยด้วยกัน
เค้าเพิ่งมาโดนหลอกให้ทำงาน
ทุกวัน วีคนึงได้เงินแค่ $100 เอง ทำตั้งเช้าจนถึงเย็น แต่เค้าบอกว่าเค้าจำเป็นต้องทำ
เพราะต้องการอยู่ที่นี่และภาษาก็ยังไม่ค่อยได้เลย
ฟังแล้วก็สงสารเค้ามากอยู่เหมือนกัน
น้องหนันก็เหมือนกันนะจ๊ะ เก่งมากเลย ที่น้องมีความอดทน และประสบการณ์ทั้งหมดที่น้องเจอ ตอนนี้มันทำให้
น้องเข้มแข็ง และเป็นคนเก่งอย่างทุกวันนี้ ไงค่ะ และที่พี่ปลื้มที่สุดก็คือ ไม่ว่าน้องจะเจอเรื่องอะไรก็แล้วแต่
น้องยอมเก็บไว้เองดีกว่า ที่จะโทรบอกคุณพ่อ แล้วจะทำให้ท่านไม่สบายใจ
ดีมากๆ เลยค่ะ ยังก็แล้วแต่ พี่สาวคนนี้ก็จะเป็นกำลังใจไห้น้องหนัน
ต่อไปนะค่ะ
take care &miss ka
applemee.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 7:54 [17]

พี่ไม่ได้มาช้าไปใช่ไหมคะ

จะบอกว่าพี่อ่านจบนะคะ แต่พี่ว่าดีนะ ทำให้ได้รู้จักน้องหนันขึ้นมาอีกเยอะเลย เรียกว่ารู้หมดเลยว่ามาเรียนได้ไง
ดีๆๆๆ ชอบๆๆๆ

แต่ว่าน้องหนันอดทนใช้ได้เลยนะเกี่ยวกับตอนที่ทำงานแล้วโดนดุ
พี่เห็นด้วยที่น้องไม่ลาออกเพราะทนไม่ได้ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับอาหรอกนะ แต่พี่มองเป็นเรื่องของการฝึกความอดทน ยิ่งโดนมากเท่าไหร่ ภูมิคุ้มกันเราจะเพิ่มขึ้น ต่อไปเวลาไปเจอสถาณการแบบนี้ นิ่งเลย เพราะเคยเจอที่แย่กว่านี้มาแล้ว (เคยเป็นเหมือนกัน แต่ร้ายแรงกว่าน้องหนันอีก)

ปล. พี่ว่าตอนทำสีผม หน้าหน้องหนันเก๋ใช้ได้เลยนะ 5555

คิดถึงนะจ๊ะ
tera   
Tue 19 Aug 2008 7:49 [16]


มายกมือบอกว่าพี่อ่านจบน้า.. อิอิ.. ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะเคยอ่านจากไดเก่ามาบ้างก็ยังอ่านซ้ำอีกรอบ..

ไม่รู้ว่าจะเม้นท์ยังงัยดี เพราะสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้น้องหนันเป็นหนันในวันนี้ เป็นคนเก่ง ครบเครื่องเรื่องผู้หญิงทุกอย่างเลย.. อิอิ.. เรื่องราวที่ลำบากในตอนนู้น น้องหนันก็ผ่านมาได้ มาตอนนี้พี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้เรื่องต่างๆที่กำลังจะเข้ามาละกันเนาะ.. แต่พี่ก็เชื่อว่า ไม่ว่าเรื่องจะหนักเบาแค่ไหน เด็กหนันก็ไม่หวั่นและสู้ตายอยู่แล้ว..

เทคแคร์นะจ๊ะสาวน้อย ไว้คุยกันจ้า..

nanichan.diaryclub.com   
Tue 19 Aug 2008 1:00 [15]

ยังไม่ได้ไปหาใครเลยค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ
เดี๋ยวหนันต้องไปมหาลัยก่อนนะคะ ไว้กลับมาแล้ว จะไปหาทุกๆคนนะคะ ^ ^
chictuary.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 23:02 [14]

พี่ anonymous คะ

ที่จริงหนันก็ชอบตัดผมหน้าม้านะคะ ก่อนหน้านี้ก็ไว้มาประมาณ 3 ปีแล้วน่ะค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้ไว้แล้วค่ะ เพราะว่าอยากลองเปลี่ยนบ้างน่ะค่ะ และที่สำคัญ ตอนไว้หน้าม้า มันไม่ค่อยสะดวกเวลาออกกำลังกายน่ะค่ะ คือถึงจะติดกิ๊บแล้ว แต่มันก็ยังชอบมีลูกผมมาแยงๆน่ะค่ะ ^ ^ ส่วนสีผม เมื่อก่อนก็ทำบ่อยมากน่ะค่ะ แต่ตอนนี้ผมสุขภาพไม่ค่อยดีน่ะค่ะ เลยกะจะไม่ทำสีซักพักน่ะค่ะ และที่สำคัญ หนันตั้งใจจะไว้ยาว เพื่อเอาไว้บริจาคด้วยน่ะค่ะ กะว่าตัดสั้นทีเดียวไปเลยน่ะค่ะ ส่วนเรื่องเกมส์หน้าที่แล้วนี่ ตอนแรก หนันก็ไม่ชอบหรอกค่ะ แต่ตอนนี้ก็เล่นด้วยกับพี่ทิศแหละค่ะ สนุกดีค่ะ อิอิ ขอบคุณที่แวะมาหาหนันเสมอเลยนะคะ ^ ^ แบบนี้ถ้าวันไหน ไม่เห็นคอมเม้นท์พี่ หนันต้องคิดถึงแย่เลยนะคะ

คุณ ทราย คะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ ขอหนันไปหาข้อมูลกับภาพหน่อยนะคะ สำหรับท่าบริหารหน้าท้องกับสะโพกน่ะค่ะ ^ ^

คุณ sisis* คะ

ที่จริงเรื่องเครื่องสำอางค์นี่ หนันไม่ค่อยรู้เลยค่ะ ว่าอะไรใช้ดีหรือไม่ดีน่ะค่ะ อันที่หนันซื้อนั้น ก็เพราะว่ามันฮิตมาก และพอรู้ว่าเป็น minerals ที่ทั้งดีและถูก หนันก็เลยสั่งน่ะค่ะ สำหรับที่คุณ sisis * ถาม ตอบตามตรงว่าหนันไม่รู้เลยน่ะค่ะ ว่าอะไรดีทีสุด หนันเลยไม่กล้าแนะนำน่ะค่ะ แต่ว่าหนันได้ลองไปหาดูแล้ว ของยี่ห้อที่หนันซื้อ ก็มีแบบที่เป็น eyeshadow eyeliner แล้วก็ blush ปนกันเหมือนกันนะคะ แถมราคาก็ไม่แพง และก็เป็น minerals ด้วยค่ะ เพียงแต่ว่า ไม่มี lipstick น่ะค่ะ หนันไม่กล้าบอกลิงค์ตรงนี้ แต่ลองไปที่ ebay แล้วพิมพ์คำว่า 78 palette ดูนะคะ ล่าสุดที่หนันเจอ มีราคา $4 และค่าส่ง $9 เองค่ะ ^ ^

พี่น้องคะ

ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเม้นท์นะคะ หนันดีใจมากๆค่ะ

น้องซินคะ

ก่อนอื่นพี่หนันต้องบอกว่า พี่ก็เป็นโรคกระเพาะเหมือนกันค่ะ เป็นมานานแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าเราดูแลสุขภาพดี อาการมันก็จะไม่กำเริบ ^ ^ ที่น้องซินถามพี่ว่า มันไม่เพิ่มกรดหรือ จากที่พี่ศึกษามา มันไม่เพิ่มค่ะ เพราะว่า ACV มีกรด malic ซึ่งไม่ใช่กรด acetic แบบน้ำส้มชนิดอื่นที่กัดกระเพาะเราน่ะค่ะ และที่สำคัญเจ้า ACV นี้ไม่ได้ไปเพิ่มกรดค่ะ แต่กลับไปช่วยปรับ pH ให้สมดุลต่างหากค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเพ่ิมกรดเลยค่ะ เพียงแต่ว่า ถ้าทานเข้มข้นไป หรือเกินขนาด ก็เป็นอันตรายต่อทางเดินอาหารได้น่ะค่ะ และก็ยังมีเรื่องที่ไปกร่อนฟันอีกน่ะค่ะ เพราะฉะนั้น พี่หนันถึงได้ทานตอนตื่นนอนตอนเช้าน่ะค่ะ ดื่มเสร็จ ก็แปรงฟันตามเลยค่ะ และก็ดื่มตอนเช้าก่อนอาหารนี่แหละค่ะ ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ สำหรับการดื่ม ก็คือผสม ACV 2 ช้อนชา กับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วค่ะ (ประมาณ 150 ml) น่ะค่ะ ^ ^

พี่ jew คะ

ที่จริงเรื่องออกกำลัง หนันก็ไม่ได้เก่งมากหรอกค่ะ แต่เท่าที่หนันทราบมา เรื่องปัญหาหน้าท้องหลังคลอดนี่ ขึ้นอยู่กับหลายๆอย่างน่ะค่ะ แต่หนันว่า บริหารหน้าท้อง น่าจะช่วยได้นะคะ แต่จากประสบการณ์ของหนันนี่ มันจะเห็นผลช้ามากเลยน่ะค่ะ หนันเคยได้ยินคุณแม่หลายคน ไปเข้าคอสของ slim up อะไแบบนี้น่ะค่ะ และเห็นผลทันตาเลยค่ะ แล้วก็เคยอ่านเจอ ว่าการนวดหน้าท้อง ก็ช่วยได้นะคะ แต่ก็ควรจะออกกำลังบริหารไปด้วยน่ะค่ะ ^ ^

น้อง nidshika คะ

ขอบตุณที่ติดตามไดพี่หนันนะคะ แค่รู้ว่าน้องติดตาม พี่ก็ดีใจมากค่ะ เรืื่อง love mode นี่ พี่หนันต้องขอสะกิดถามพี่ทิศก่อนนะคะ ^ ^

chictuary.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:55 [13]

เข้าใจแล้วค่ะ ว่าทำไมน้องหนันถึงเป็นคนมีคุณภาพ ในวัยน้อยๆแบบนี้ ^^

แอบประทับใจว่าน้องสวย รูปร่างดี ดูสุขภาพดี และมีความคิดอ่านที่ดี มีรสนิยม แต่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ...ประสบการณ์ และ การทำงานช่วยให้เราโตเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้นค่ะ แต่ต้องบอกว่าน้องมีเมล็ดพันธุ์ที่ดีอยู่แล้วค่ะ มันเลยงอกงามขึ้นมาเป็นผลิตผลที่ดีๆ ^^

ภูมิใจในตัวน้องหนันในฐานะเป็นคนไทยเหมือนกัน(อย่าว่าเว่อร์น้า^^) และภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่น้อง ที่มีลูกสาวน่ารัก งามทั้งนอกและใน :)

น้องหนันปีหน้าประกวดนางจ๋าวไทยหน่อยน้า...เผื่อเราจะมีนางงามจักรยานคนที่3 กะเค้ามั่ง 55!!...จริงๆน้า เราไม่ได้ยอ...เราไม่เคยโกหก^^
bussamadee.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:55 [12]

ว่าแต่ ตอนนี้หนันเรียนอะไร ปีไหนแล้วจ๊ะเนี่ย
เข้าป.โทแล้วใช่ไหม
เพราะที่บอกว่าปี 4 น่ะ หน้าเปลี่ยนไปจากตอนนี้เยอะเหมือนกันน้า
monthly1.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:32 [11]

อูยน้องหนัน อ่านแล้วพี่รู้สึกว่ามันคือตัวเองอ่ะ อิอิ ยิ่งตอนทำงานร้านอาหารนะ หลายครั้งที่พี่แอบไปร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เหมือนกันเดะเลยน้องเอ้ย แต่ของพี่ต่างจากหนันคือ พี่ไปซัมเมอร์ทุกปี แต่พี่เรียนมหาลัยที่ไทยค่ะ เพราะพี่สาวพี่เค้าแนะนำว่าควรจะเรียนที่ไทยก่อน เพื่อนจะได้มีเพื่อนร่วมรุนที่ไทย เผื่ออนาคตติดต่อเรื่องการงานน่ะ แล้วค่อยมาต่อโทเอา ซึ่งพี่ก็โอเคนะ ด้วยความที่พี่เรียนเอกอังกฤษ การไปซัมเมอร์ก็เหมือนไปช่วยเพิ่มทักษะด้านเขียน ฟังอ่านพูดน่ะค่ะ อีกอย่างต้องเดินทางคนเดียว มันทำให้เรากล้าขึ้นน่ะ
มาเรื่องร้านอาหารนะ พี่ก็ไปช่วยพี่สาวพี่ที่ร้านเค้าเหมือนกัน ทีนี้พี่สาวพี่เค้าเปิดอีกสองร้าน ก็หุ้นกับพี่ๆๆของพี่เขยพี่น่ะแหละ แล้วพี่ก็ไปช่วยที่ร้านลุง ร้านนี้คนเยอะมาก เราก็ทำงานตลอด แถมเป็นญาติด้วยเนาะ จะพูดมากก็ไม่ได้ นอกจากต้องเคารพ ทำตามที่เค้าบอกอย่างที่หนันว่า แต่ค่าตอบแทนที่เค้าให้มันก็มากกว่าคนอื่น เพราะปกติเด็กเสริฟจะไม่ได้เงินเดือนเนาะ แต่พี่ได้ทั้งเงินเดือนและทิปด้วย ความเป็นญาติทำให้เราได้อภิสทธิ์ แต่บางทีก็โดนต่อว่าแรงๆเหมือนกันค่ะ พี่เข้าใจอารมณ์น้องหนันช่วงนั้นเลยอ่ะ แปลกดีนะ เรามีอะไรที่คล้ายๆๆกัน ^^

รูปน่ารักดีน้องหนัน จริงๆ ไม่มีที่ไหนสบายกายและสบายใจเท่าบ้านเราอีกแล้วเนาะ แต่ก็เนาะ บางครั้งการก้าวออกมาไกลบ้าน ก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรมากมาย แล้วก็กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาได้อย่างสบายๆ ต้องขอบคุณโชคชะตาลิขิตเนาะ

มิสๆๆนะจ้า น้องสาวคนสวย
เทคแครฺค่ะ
libellule.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:30 [10]

อ๋อออออ แบบนี้นี่เอง
ใหม่นึกว่าหนันไปต่อโทซะอีก จริงๆ แล้วไม่ใช่เน๊าะ
ไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่วัยรุ่นแบบนั้น หนันเป็นเด็กดีมากเลยนะจ๊ะ
รับผิดชอบตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีพ่อแม่ดูแลเลย
แล้วที่สำคัญ ไม่อ้วนเลยด้วย !!
เพื่อนใหม่ไปเรียนต่ออเมริกา กลับมาแทบจะกลิ้งได้กัน

แต่หนันสวยหุ่นดี ^^
สู้ๆ ต่อไปนะจ๊ะ
monthly1.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:23 [9]

ตามอ่านมาตลอดค่ะตั้งแต่ไดเก่า..
ไดหน้านี้อย่าล๊อกเลยนะคะ...อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ให้คนอื่น...และป้าอย่างพี่ก็อ่านเพลินด้วยคะ..^^

อ่าเพลินทุกหน้าค่ะ...วันไหนสั้น ๆ พี่คงคิดว่าเข้าไดผิดนะคะ
nhoi.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:09 [8]

พี่อ่านจบนะคะน้องหนัน ถึงจะตัวหนังสือเยอะไปนิด แต่น่าสนใจดีค่ะ ^^

น้องหนันเก่งมากที่อาดทนทำงานหนักพร้อมกับเรียนหนักไปด้วย พี่เข้าใจว่าตอนไปตอนแรกๆ น้องหนันน่าจะมีปัญหามาก เนื่องจากภาษากับความเหงา น้องหนันอาจจะรู้สึกเสียใจที่ทำให้คุณพ่อร้องไห้ (เพราะสงสารเราที่ลำบาก) แต่ที่สุดมันคือความภูมิใจของทุกๆคนค่ะ ^^

ชอบ field trip จังเลย ดูน่าสนุกนะ พี่ว่าการเรียนรู้จากของจริง มันสนุกกว่าเรียนจากในตำราเป็นไหนๆเลยค่ะ

บอกข่าวอีกเรื่อง วันนี้พี่พึ่งไปถอย treadmill มาเรียบร้อยแล้ว กะว่าจะลองอันนี้ก่อน ถ้ามีวินัยไม่เบื่อจะไปถอย ellipcator มาอีกอันค่ะ :)
primandpan.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 22:05 [7]

กลับมาแล้วจ้าน้องหนัน จริงๆเข้ามาอ่านตั้งแต่เมื่อคืน อ่านครึ่งแรก แล้วพอจะคอมเม้นต์ ก็ปิดไดซะแล้ว กลับมาวันนีีนี้มีรูปให้ดูด้วย :)

พี่อ่านจบแหละ ยาวแต่น่าสนใจ เก่งมากๆจ้าที่ส่งตัวเองเรียนจนจบ งานเสริฟหนะหนักนะ พี่เคยคิดว่าจะลองทำบ้าง แต่กลัวไม่ไหว เลยทำแค่ในโรงเรียนก็พอแล้ว

รูปสุดท้ายสวยมากๆจ้า
พี่จี   
Mon 18 Aug 2008 21:57 [6]

น้องหนันคะ พี่ต้อมอ่านจบตั้งแต่ต้นจนจบุกตัวอักษรเลยค่ะ เป็นเรื่องที่น่าสนใจออก ไม่น่าปิดเอาไว้เลยนะคะ ^^
อ่านแล้วพาลให้ึกถึงสมัยที่ตัวเองไปเรียนต่อที่ออส พี่ต้อมก็ต้องเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้แหละค่ะ แต่อ่านเรื่องของน้องหนันแล้ว งานพี่ต้อมกลายเป็นสบายไปเลย น้องหนันเก่งมากๆ ทำงานหนักแบบนี้ เรียนออกมาได้เกียรตินิยมอีก ชื่นชมจากใจจริงเลยค่ะ
ชีวิตที่เมืองนอก มันมีหลายแง่มุมนะคะ แล้วแต่เด็กที่ไปจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร เชื่อว่าหลายๆคนคุณพ่อคุณแม่ก็ส่งไปเรียนได้สบายๆอยู่แล้ว แต่ประสบการณ์ การทำงานที่เราขวนขวายหามาทำเอง มันได้กับตัวเองจริงๆค่ะ ตัวเราภูมิใจ คุณพ่อคุณแม่เราก็ภูมิใจไปด้วยอีกหลายเท่าเลย
ชอบเรื่องราวทุกๆเรื่องที่น้องหนันนำมาแบ่งปันกันนะคะ รออ่านบันทึกหน้าต่อๆไปค่ะ

justcheeky.diaryclub.com   
Mon 18 Aug 2008 21:46 [5]

มาอีกทีละ พอดีว่าไหนๆ ก็ไหน ๆละอ่านเลยละกัน

น้องหนัน ถ้าพี่เป้นน้องพี่ก็จะภูมิใจมากที่ได้ส่งตัวเองเรียนค่ะ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ เก่งจังนะตัว(บาง ๆ)แค่นี้ รู้จักหาประสบการณ์ขนาดนี้นะคะ นักเรียนที่เมกาส่วนใหญ่ชอบทำงานพิเศษร้านอาหารเนอะ น้องชายพี่ก็เคยไปทำ บอกว่าเหนื่อยมากกก ไม่ได้เสริฟนะ ช่วยงานครัวบอกว่ายืน 12-14 ชม. ไม่ได้นั่งเลยอ่ะ...และเห็นเล่าว่าถ้าคนเสริฟมาก่อนเนี่ยเค้าก็จะไม่ค่อยพอใจเด็กใหม่เหมือนกัน ประมาณกลัวเรื่องแบ่งทิปน่ะค่ะ

น้องหนันเก่งนะแล้วก็มีความพยายามมากด้วย เค้าว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงเลยค่ะ พี่ว่าถ้าเราอยู่ในประเทศทีต้องใช้ภาษาเราก็ควรที่จะได้ภาษา ดิกชันน่ารี่นี่พี่ก็พกติดตัวประจำเหมือนกัน ยอมรับว่าการเปิดดิกชันน่ารี่ช่วยได้เยอะทีเดียวและการแช้ทคุยภาษาต่างประเทศด้วย (ทำให้พี่ได้ภาษาจริง ๆนะเอ้า)ภาษาแม้ว่าเราจะเรียน หากว่าไม่ได้พูดหรือใช้บ่อย ๆ ก็ทำให้การพูดไม่พัฒนาได้ เหมือนพี่เองอยู่ในแวดล้อมประเทศภาษาที่สาม แต่ว่าไม่ได้มีโอกาสได้พูดกับใครเค้าเท่าไหร่ ภาษาก็เลยเป็นไปได้ช้า ...แต่มาช่วงหลังๆ เริ่มพูดมากขึ้น เวลาไปซื้อของก็ทำกล้าพูด พอพูดแล้วเค้าฟังเรารู้เรื่อง เราก็เริ่มมีกำลังใจละ ทีนี้ก็เลยกล้าพูดมากขึ้นก็ทำให้ภาษาพัฒนาขึ้นด้วยค่ะ...

เค้าบอกว่างานบริการ ลูกค้าคือพระเจ้าคงจะจริงเนอะ...แม้ว่าลูกค้าบางคนจะเรื่องมากเราก็ต้องยิ้มไว้ก่อน เรื่องงานเสริฟหนักเอาการค่ะ เพราะว่าเพื่อนพี่ก็เคยเสริฟบ่นปวดแขนไปเลยเหมือนกัน ยกจานทีหลายๆ จานพร้อมกันอ่ะ สามารถเนอะ..

ทริปที่ไปกับเพื่อน ๆ น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำนะคะ ภาพสวยมากเลย ได้ทำอะไรแบบนี้ก็น่าสนุกนะคะ พี่ไม่เคยได้ทำแบบนี้เท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง แต่คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องลุย ๆหน่อยแล้วก็อดทนด้วยนะ แต่ก็ยังดีใช่ไหมล่ะ เพราะว่าอย่างน้อยเราก็ได้เห็นอะไรที่คนหลายๆ คน(ในเมือง)ไม่ค่อยได้เห็นกันเนาะ ในธรรมชาติมักมีความงามซ่อนไว้เสมอ...

เค้าว่าคนเคยอ้วนเวลาลดน้ำหนักแล้วจะผอมสวยเลยนะคะ...ตอนนั้นกะตอนนี้พี่ว่าหนันเปลี่ยนไม่มากค่ะ ยังดูมีเค้าเป็นน้องหนันอยู่ค่ะ แต่ชอบมากสุดภาพสุดท้าย ^^
anonymous   
Mon 18 Aug 2008 21:43 [4]

เด๋วพี่ตามมาอ่านนะคะ พอดียุ่งๆ แว๊บมาดูว่าปลดล็อคหรือยัง

ปล. รูปสุดท้ายน้องหนัน กรี๊ดดด นี่แหล่ะค่ะ ทรงนี้ ผมแบบนี้ สีนี้เหมาะกับหน้าน้องมากกก ชอบอ่ะ เหมือนดาราเกาหลีเลย หน้าแบบนี้กะลังอินเทรนด์นะคะ
anonymous   
Mon 18 Aug 2008 21:28 [3]

สวัสดีค่ะ

หนูติดตามอ่านไดพี่หนันมานานแล้วค่ะ
แต่ไม่ได้เมน้ท์สักที ประมาณว่าขอแอบอ่านเงียบๆคนเดียว อิอิ

พี่หนันน่ารักมากเลยนะคะ

แล้วไดแต่ละหน้าเนี่ย พี่ก็เขียนแบบตั้งใจมาก
อ่านแล้วอินตามไปเลยค่ะ

แต่คราวหลังรีเควสท์ Love mode หน่อยนะคะ อิอิ
nidshika   
Mon 18 Aug 2008 21:20 [2]
 

หนันค๊า...รูปโหลดช้ามากๆเรยค๊า ยังไงเด๋วจะเข้ามาอีกทีน๊า...
mim   
Mon 18 Aug 2008 21:08 [1]